myRSS by MyReadyWeb.com http://www.myreadyweb.com/ ข้อมูลล่าสุดของบทความ en-us ฟรี!! เว็บสำเร็จรูป สร้างเว็บ ทําเว็บ สร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ รับทําเว็บไซต์ ทำเว็บ การสร้างเว็บไซต์ http://www.myreadyweb.com/ http://www.myreadyweb.com/images/front/logo-print.jpg 240 66 ทําเว็บ สร้างเว็บ ด้วยสุดยอดระบบ เว็บสำเร็จรูป การสร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ จะเป็นเรื่องง่ายๆ ฟรี สร้างเว็บ ทำเว็บ สร้างเว็บไซต์ ที่ MyReadyWeb.com คนค้นฅน http://lattanun.com/article/topic-65273.html <span style="font-size:16px;"><strong>&nbsp;คนค้นฅน</strong></span><br /> &nbsp; <div style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง&nbsp; หรือการค้นหาคำตอบด้วยตนเองเองนั้นจะทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีกว่าการบอกเล่า หรือการอ่าน ดังนั้นในการจัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิจกรมการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้สำรวจข้อมูลด้วยตนเองนั้น&nbsp; จะทำให้นักเรียนประมวลผลความรู้ด้วยตนเอง และเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง&nbsp; การจัดกิจกรรมการศึกษาข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ตาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หัวเรื่องที่กำหนดแล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในห้องเรียน&nbsp; จะทำให้นักเรียนมีความรู้&nbsp; และเป็นการพิสูจน์แนวคิดทฤษฎีที่มีอยู่&nbsp;&nbsp; ตลอดจนเกิดความรู้ใหม่ๆขึ้นพร้อมกันทั้งครูและนักเรียน&nbsp; การจัดการเรียนรู้กิจกรรมสัมภาษณ์นี้&nbsp; ขอเสนอตัวอย่างกิจกรรมในบทเรียนเรื่องการดูแลสุขภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วัยผู้ใหญ่&nbsp; สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3<br /> &nbsp;<br /> <strong>ขั้นตอนการจัดกิจกรรม</strong></div> <ol> <li style="text-align: left;">นักเรียนแบ่งกลุ่ม เป็น กลุ่มๆ ละ 5-6 คน&nbsp;</li> <li style="text-align: left;">แต่ละกลุ่มกำหนดให้นักเรียนสัมภาษณ์ครูผู้สอนในโรงเรียนเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน&nbsp; ให้เสนอชื่อครูที่จะสัมภาษณ์ก่อนในห้องเรียน&nbsp; เพื่อไม่ให้สัมภาษณ์ซ้ำกัน</li> </ol> <div style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. นักเรียนสัมภาษณ์ครูในประเด็นต่างๆ ดังนี้ครูมีสภาวะสุขภาพในปัจจุบัน&nbsp; มีอาการของ &nbsp; &nbsp; &nbsp; ความผิดปกติอย่างไร&nbsp;&nbsp; มีโรคประจำตัวอะไรบ้าง &nbsp;ครูมีวิธีการดูแลสุขภาพกาย&nbsp; เรื่องการรับประทานอาหาร&nbsp; การออกกำลังกาย&nbsp; การตรวจสุขภาพอย่างไร &nbsp;<span style="text-align: center;">ครูมีภาวะเครียดหรือวิตกกังวลใจ มากน้อยแค่ไหน&nbsp; มีเรื่องใดที่ทำให้เกิดความเครียดได้บ้าง &nbsp;</span><span style="text-align: center;">ครูมีวิธีในการดูแลสุขภาพจิต หรือการคลายเครียดมีอย่างไรบ้าง</span></div> <div style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. &nbsp;นักเรียนใช้เวลาศึกษาข้อมูล&nbsp; 1 สัปดาห์</div> <div style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;5. นักเรียนตัวแทนกลุ่มรายงานหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน<br /> &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; 6.&nbsp;นักเรียนร่วมกันอภิปรายข้อมูลที่ได้มา นักเรียนคิดวิเคราะห์ ในเรื่องดังต่อไปนี้</div> <ul> <li style="text-align: left;">วัยผู้ใหญ่มีความผิดปกติทางร่างกายอย่างไรบ้าง &nbsp;เพศชายและหญิงมีความผิดปกติที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร</li> <li style="text-align: left;">วิธีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ใหญ่มีอะไรบ้าง&nbsp;</li> <li style="text-align: left;">การดูแลสุขภาพกายของครูชายและครูหญิงมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง&nbsp;</li> <li style="text-align: left;">การดูแลสุขภาพจิตของวัยผู้ใหญ่กับวัยกลางคนมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง</li> </ul> <div style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp;7. นักเรียนร่วมกันสรุปผลและครูช่วยเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์<br /> &nbsp;<br /> <strong>ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ</strong></div> <ul> <li style="text-align: left;">นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการศึกษาเก็บข้อมูลด้วยตนเอง</li> <li style="text-align: left;">นักเรียนได้เรียนรู้จากข้อมูลจริงๆ จากกลุ่มตัวอย่างในโรงเรียน</li> <li style="text-align: left;">นักเรียนฝึกการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล</li> <li style="text-align: left;">นักเรียนฝึกวิธีการในการสัมภาษณ์ การใช้คำถาม และการจดบันทึกการสัมภาษณ์</li> <li style="text-align: left;">นักเรียนมีสัมพันธภาพที่ดีกับครูผู้สอน&nbsp; มีความใกล้ชิดและเข้าใจครูมากขึ้น</li> </ul> <div style="text-align: left;">&nbsp;<br /> <strong>แนวทางการจัดกิจกรรม</strong></div> <ul> <li style="text-align: left;"><strong>การกำหนดหัวข้อและขั้นตอนในการสัมภาษณ์&nbsp; &nbsp;</strong>ก่อนทำกิจกรรม ต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ&nbsp; และชัดเจน&nbsp; การกำหนดประเด็นในการสัมภาษณ์ให้ชัดเจน&nbsp; มีการฝึกการใช้คำถามในการสัมภาษณ์ก่อนการปฏิบัติจริง</li> <li style="text-align: left;">&nbsp;ก่อนการทำกิจกรรมสัมภาษณ์&nbsp; ครูต้องเตือนนักเรียนในเรื่องมารยาท ในการเข้าพบคุณครูเพื่อขอสัมภาษณ์&nbsp; ต้องมีการแนะนำตัวเองก่อนการสัมภาษณ์&nbsp; ชี้แจงวัตถุประสงค์เบื้องต้นให้คุณครูทราบก่อน&nbsp;&nbsp;&nbsp; กริยามารยาทต้องมีความสุภาพ&nbsp; อ่อนน้อม&nbsp; ใช้คำพูดที่สุภาพ&nbsp; และเมื่อสัมภาษณ์แล้วต้องกล่าวคำขอบคุณ&nbsp;&nbsp; ถ้าต้องมีการนัดคุณครูเพื่อสัมภาษณ์&nbsp; นักเรียนก็ต้องตรงต่อเวลาอย่างเคร่งครัด</li> <li style="text-align: left;">&nbsp;&nbsp;<strong>การบูรณาการคุณธรรมกับการเรียนรู้</strong>&nbsp; นอกจากบทเรียนเป็นที่น่าสนใจแล้ว ครูยังสามารถสอดแทรกเรื่องคุณธรรม &nbsp;ความกตัญญูต่อครู&nbsp; ให้กับนักเรียนเห็นได้อีก&nbsp; เช่น&nbsp; ครูบางคนมีโรคประจำตัวแต่ยังรักการสอนไม่ยอมลาออกไปเพราะเป็นห่วงนักเรียน&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นักเรียนควรมีความเข้าใจและไม่ดื้อไม่ซนในเวลาที่เรียนกับครู&nbsp; หรือ ครูบางคนจะบอกว่าสาเหตุที่เครียดมากที่สุด&nbsp;&nbsp; คือนักเรียนไม่สนใจเรียน&nbsp; ครูผู้สอนสามารถสอดแทรกให้นักเรียนคิดได้ว่า จริงๆ แล้วครูทุกคนเป็นห่วงนักเรียน&nbsp; และการที่นักเรียนไม่ตั้งใจเรียนก็เป็นสาเหตุทำให้ครูเจ็บป่วยไม่สบายได้</li> </ul> <div style="text-align: left;"><br /> <strong>สรุปผลการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะ</strong><br /> &nbsp;</div> <ol> <li style="text-align: left;">&nbsp;&nbsp;กิจกรรมคนค้นฅน ด้วยการสัมภาษณ์&nbsp; เป็นที่สนใจของนักเรียน&nbsp; เพราะกลุ่มตัวอย่างเป็นครูในโรงเรียน&nbsp; โดยธรรมชาติของคนก็ย่อมสนใจเรื่องใกล้ๆ ตัวอยู่แล้ว&nbsp; ดังนั้นเวลาที่นักเรียนออกไปรายงานหน้าชั้น&nbsp; เพื่อนๆในชั้นเรียนก็จะตั้งใจฟัง&nbsp; อยากรู้ว่าครูแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp; บางกลุ่มสามารถเจาะลึกข้อคำถามส่วนตัวได้มาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ก็จะได้รับความสนใจจากเพื่อนๆ มาก&nbsp; จะเห็นได้ว่าครูบางคนที่&nbsp; ใจดีเป็นกันเองกับนักเรียน&nbsp;&nbsp; ก็จะมีนักเรียนขอสัมภาษณ์เกือบทุกห้อง&nbsp; และที่นักเรียนส่วนใหญ่สนใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นครูฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะครูที่ดุๆ &nbsp;ถ้ามีกลุ่มไหนสัมภาษณ์มาได้นักเรียนจะให้ความสนใจมากเป็นพิเศษบรรยากาศในห้องเรียนสนุกสนานเป็นกันเอง</li> <li style="text-align: left;">&nbsp; &nbsp;การจัดการเรียนรู้นั้น&nbsp; ถ้าจัดกิจกรรมการเรียนรู้&nbsp; โดยใช้สื่อการสอนที่อยู่ใกล้ตัวนักเรียน&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูก็ไม่ต้องหาตัวอย่างหรือสื่อการสอนอื่นๆ ให้ยุ่งยากเลย&nbsp; การเลือกใช้สื่อที่อยู่รอบๆ ตัวของนักเรียนเป็นสื่อที่ดีที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp; และเป็นการบูรณาการความรู้เชื่อมโยงสู่ชีวิตประจำวันด้วย</li> </ol> <div style="text-align: left;">&nbsp;</div> <ol> <li style="text-align: left;" value="3">&nbsp;&nbsp;กิจกรรมนี้นอกจากจะใช้กับครูในโรงเรียนแล้ว&nbsp; ยังสามารถนำมาใช้กับบทเรียนอื่นๆ เช่น อันตรายจากการประกอบอาชีพได้&nbsp; โดยให้นักเรียนสัมภาษณ์ผู้ปกครองของนักเรียน&nbsp;&nbsp; ถึงลักษณะของการทำงานของผู้ปกครองในแต่ละวัน&nbsp; และวิเคราะห์ถึงอันตรายที่เกิดจากการประกอบอาชีพนั้นๆ&nbsp;&nbsp; เวลานักเรียนเขียนรายงานถึงอาชีพของผู้ปกครอง&nbsp; และวิเคราะห์อันตรายจากการประกอบอาชีพมานั้น&nbsp; บางครั้งนักเรียนมีมุมมองที่แปลกแตกต่างออกไป เช่นอันตรายจากอาชีพครูอาจทำให้โดนนักเรียนทำร้าย&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาชีพขายอาหารตามสั่งจะเครียดกับการจดจำรายการอาหารของลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp; หรืออาชีพนักขายก็จะมีอันตรายจากการขับรถเดินทางไปไกลๆ&nbsp; เป็นต้น&nbsp;&nbsp; นอกจากจะได้ข้อมูลในการเรียนแล้วครูยังสามารถสอดแทรกคุณธรรม&nbsp; ชี้ให้นักเรียนเห็นความลำบากของพ่อแม่&nbsp; ผู้ปกครองในการทำงาน หาเงินมาให้ลูกๆ ใช้&nbsp; นักเรียนควรเข้าใจและเห็นใจพ่อแม่&nbsp; ควรทำตัวให้เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนให้สมกับที่พ่อแม่ต้องทนลำบากในการทำงานอีกด้วย</li> </ol> <div style="text-align: left;">&nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;</div> Sun, 13 Aug 2017 17:22:00 +0700 เรียนรู้จากการอ่าน http://lattanun.com/article/topic-14774.html <p style="text-align: center;"><br /> <strong>เรียนรู้จากการอ่าน</strong></p> <p style="text-align: center;"><span style="font-family:courier new,courier,monospace;"><strike><strike><img alt="" src="http://Lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/การอ่าน2.jpg" style="width: 250px; height: 188px;" /></strike></strike></span><br /> &nbsp;</p> <br /> &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การรักการอ่านเป็นคุณลักษณะหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับนักเรียน&nbsp; จะมีคนพูดให้ฟังอยู่เสมอๆ ว่า เด็กไทยไม่ค่อยรักการอ่านหนังสือ&nbsp; เด็กไทยอ่านหนังสือน้อยมาก &nbsp;&nbsp;ในการจัดการเรียนรู้&nbsp; วิธีที่จะให้นักเรียนรู้จักการอ่านและรักการอ่านได้อย่างเต็มใจ&nbsp;&nbsp; จะต้องมีกิจกรรมที่นักเรียนได้ฝึกอ่าน&nbsp; ให้มากขึ้น&nbsp; วิธีการจูงใจที่ให้นักเรียนอ่านต้องเป็นหนังสือที่มีความน่าสนใจพอควร&nbsp; ในบทเรียนนี้เป็นการสอนเรื่องโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขในท้องถิ่น&nbsp; มีข้อมูลของโรค&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่ต้องสอนอยู่หลายเรื่อง การสอนแบบเดิมก็คือแบบบรรยาย&nbsp; ครูต้องใช้เวลาสอนอยู่หลายชั่วโมง &nbsp;&nbsp;&nbsp;ต้องเสียเวลาในการสอนมาก&nbsp; นักเรียนก็จะเริ่มขาดความสนใจ&nbsp; บ้างก็สับสนเพราะเนื้อหามาก&nbsp; ครูจึงต้องหาวิธีใหม่ๆ ให้ประหยัดเวลาและเบาแรงในการสอน แต่มีคุณภาพในการเรียนรู้สูง&nbsp; โดยการทำชุดการเรียนให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตนเอง&nbsp; เรื่องโรคติดต่อที่ร้ายแรงจำนวน&nbsp; 7&nbsp; เรื่อง&nbsp; เรียนรู้เป็นแบบฐานการเรียนรู้หมุนเวียนกัน ใช้เวลาเรียน 2 ชั่วโมง<br /> &nbsp;<br /> <strong>ขั้นตอนการจัดกิจกรรม</strong><br /> ชั่วโมงที่ 1 <ol> <li>นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 7&nbsp; กลุ่ม&nbsp; กำหนดหมายเลขกลุ่ม</li> <li>นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนการเรียนจำนวน 20 ข้อ ใช้เวลา 10 นาที</li> <li>นักเรียนสมาชิกในกลุ่มศึกษาจากชุดการเรียน โดยทำแบบทดสอบก่อนเรียน&nbsp; การศึกษาเนื้อหา และการทำแบบทดสอบหลังการเรียน&nbsp; บันทึกคะแนน&nbsp; โดยใช้เวลาประมาณ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8&nbsp; นาที</li> <li>เมื่อครบกำหนดเวลา ครูให้สัญญาณเวลา&nbsp; นักเรียนเก็บเอกสารและส่งต่อให้เพื่อนหมุนเวียนกัน จากกลุ่มที่1 ไปกลุ่มที่ 2 &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มที่ 2 ไปกลุ่มที่ 3&nbsp; ตามลำดับจนครบ</li> <li>เมื่อหมดเวลาครูให้สัญญาณและนักเรียนทุกกลุ่ม&nbsp; หมุนเวียนหนังสือกันอ่านจนครบ ทั้งหมด 4 เรื่อง</li> </ol> ชั่วโมงที่ 2 <ol> <li>นักเรียนศึกษาชุดการเรียนต่อ เรื่องที่ 5 -7&nbsp; ตามเวลาที่กำหนด</li> <li>นักเรียนทำแบบทดสอบหลังการเรียน</li> <li>นักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบแบบทดสอบหลังการเรียน</li> <li>นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุป ครูช่วยเพิ่มเติมให้สมบูรณ์</li> </ol> &nbsp;<br /> <strong>ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ</strong> <ol> <li>นักเรียนศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง&nbsp; และเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม</li> <li>นักเรียนสามารถศึกษาได้ตามความแตกต่างของแต่ละบุคคล</li> <li>นักเรียนฝึกทักษะการอ่าน</li> <li>เป็นการส่งเสริมการรักการอ่านให้กับนักเรียน</li> </ol> &nbsp;<br /> <strong>แนวทางการจัดกิจกรรม</strong> <ul> <li><strong>การพัฒนาชุดการสอน</strong>&nbsp; หลักการที่ใช้เป็นเรื่องง่ายๆ&nbsp; เมื่อต้องการให้นักเรียนสนใจเรียน&nbsp; ต้องพัฒนาบทเรียนให้น่าสนใจ&nbsp; แบบเรียนแบบเดิมจะให้นักเรียนอ่านหนังสือเรียนเล่มโต&nbsp; มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมด เมื่ออ่านไปแล้ว ความสนใจในการอ่านของนักเรียนก็จะลดลง&nbsp; ดังนั้นต้องพัฒนาชุดการสอนให้เป็นบทเรียนเล่มเล็กๆ &nbsp;โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นเรื่องสั้นๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ใช้เวลาในการศึกษาแต่ละเรื่องประมาณ 8-10 นาที&nbsp; มีหลายๆ เรื่องให้นักเรียนเลือกอ่าน&nbsp; หมุนเวียนกันไป&nbsp; โดยเลือกได้ตามความสมัครใจ หรือจัดเป็นฐานการเรียนรู้&nbsp; แล้วหมุนเวียนกันศึกษาก็ได้&nbsp; แต่ผลที่ได้สุดท้ายนักเรียนจะได้ศึกษาทุกๆ เรื่องเหมือนๆ กัน&nbsp;&nbsp;&nbsp; หนังสือที่ใช้จะออกแบบให้น่าอ่าน&nbsp; โดยใช้การ์ตูน&nbsp; รูปภาพ&nbsp; คำถามนำ&nbsp; จะชักชวนให้ นักเรียนสนใจ&nbsp; พร้อมการประเมินผลด้วยตนเองก่อนและหลังการเรียนด้วย</li> <li>&nbsp;<strong>การแบ่งกลุ่มนักเรียน</strong>&nbsp;&nbsp; ในการจัดกลุ่มในชั้นเรียน อาจแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มเก่ง&nbsp; กลุ่มปานกลาง&nbsp; และกลุ่มอ่อน&nbsp; ให้อยู่ด้วยกัน ก็จะดูแลนักเรียนได้ง่ายขึ้น&nbsp; นักเรียนกลุ่มเก่งมักจะมีความรับผิดชอบสูง ทำงานได้ด้วยตนเอง&nbsp; จะใช้เวลาดูแลน้อย แต่ต้องเตรียมกิจกรรมเพิ่มเติมไว้ให้&nbsp; ส่วนนักเรียนกลุ่มปานกลาง ต้องคอยกระตุ้นให้ทำกิจกรรมเป็นระยะๆ ได้&nbsp; &nbsp;จะทำให้ครูมีเวลาใกล้ชิด&nbsp; สามารถดูแลนักเรียนในกลุ่มอ่อนได้มากขึ้น และสามารถทำให้นักเรียนกลุ่มอ่อนทำความเข้าใจกับบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น&nbsp; ซึ่งนับได้ว่าเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองตามศักยภาพของนักเรียน</li> <li><strong>บทบาทของครูระหว่างการทำกิจกรรม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ระหว่างนักเรียนทำกิจกรรมครูสามารถศึกษาพฤติกรรมการอ่านและการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ของนักเรียนได้อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การศึกษาพฤติกรรมระหว่างการอ่าน&nbsp; จะทำให้ครูทราบพฤติกรรมการอ่านของแต่ละคน&nbsp; บางคนอ่านอย่างตั้งใจ&nbsp; บางคนอ่านแล้วมีการจดบันทึกร่วมด้วย&nbsp; บางคนอ่านหนังสือได้เร็ว&nbsp; บางคนอ่านหนังสือและทำความเข้าใจช้า&nbsp; บางคนไม่ชอบอ่านหนังสือก็จะอ่านเร็วๆ แล้วก็ปิดหนังสือ&nbsp; เมื่อศึกษาพฤติกรรมการอ่านแล้วครูจะทำอย่างไรได้บ้าง&nbsp;&nbsp;&nbsp; นักเรียนที่อ่านหนังสือได้เร็วครูต้องมีกิจกรรมเสริมหรือมีคำถามให้นักเรียนตอบเป็นการประเมินผลใน เบื้องต้น&nbsp; เมื่อจบบทเรียนควรมีการเสริมแรงนักเรียนด้วย&nbsp;&nbsp; เช่น ประกาศว่าใครบ้างเป็นหนอนหนังสือชั้นยอด&nbsp; ควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อนๆ</li> <li><strong>การแก้ปัญหานักเรียนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ&nbsp; </strong>นักเรียนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ&nbsp; เมื่ออ่านเร็วๆ&nbsp; จบแล้วก็จะปิดหนังสือนั่งคุยกัน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครูต้องช่วยกระตุ้นความสนใจ&nbsp; โดยการตั้งคำถามให้ตอบ&nbsp; ถ้านักเรียนตอบไม่ได้ก็จะแนะนำให้อ่านใหม่อีกครั้ง &nbsp;มีคำตอบอยู่ตรงไหน นักเรียนก็จะต้องเปิดอ่านใหม่อีกครั้งเพื่อหาคำตอบ&nbsp; เมื่อนักเรียนตอบได้ ครูก็จะเริ่มคำถามใหม่&nbsp; ทำอย่างนี้หลายๆ ครั้งก็จะทำให้นักเรียนมีความรู้มากขึ้น&nbsp; และนักเรียนไม่ว่างคุยกัน&nbsp; รบกวนเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ด้วย</li> </ul> &nbsp;<br /> <strong>สรุปผลการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะ</strong><br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1.&nbsp; ผลจากการใช้ชุดการเรียน พบว่าชุดการเรียนใช้ได้ดีมาก&nbsp; กับเด็กระดับปานกลางและเด็กที่เรียนอ่อนซึ่งสามารถศึกษาได้นานตามใจ&nbsp; เมื่อหมดชั่วโมงแล้วสามารถขออนุญาตครูนำไปอ่านต่อนอกเวลาเรียนก็ได้&nbsp; แต่สำหรับเด็กเก่งๆ&nbsp; อ่านหนังสือบ่อยๆ&nbsp; จะสามารถอ่านหนังสือได้จบอย่างรวดเร็ว&nbsp; ครูต้องเตรียมกิจกรรมสำรองไว้ด้วย เช่น ใบงาน เกม หรือคำถามเพิ่มเติม&nbsp;&nbsp; มิฉะนั้นนักเรียนจะเกิดความเบื่อหน่ายขณะที่รอเพื่อนๆ อ่านหนังสือจบ<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;2.&nbsp; นักเรียนมีเจตคติที่ดีในการอ่านหนังสือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อได้อ่านชุดการเรียนแล้ว&nbsp; นักเรียนจะบอกว่าชอบมาก&nbsp; อยากให้หนังสือเรียนน่าอ่านอย่างนี้ทุกวิชา หลังจากศึกษาความรู้จากชุดการเรียนแล้ว&nbsp; นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้อีกครั้ง หรือ จัดกิจกรรมประเมินผลอีกครั้งก็เป็นอันจบกระบวนการในการจัดการเรียนรู้ในครั้งนี้&nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;3.&nbsp; นักเรียนแต่ละคนมีศักยภาพในการเรียนรู้ต่างกัน&nbsp; ครูต้องช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน&nbsp; ครูอย่าปล่อยให้นักเรียนอ่านไปตามลำพังใช้เวลาหมดไปทั้งชั่วโมงแล้วไม่รู้เรื่องเลย&nbsp; การทำกิจกรรมนี้จะทำให้ห้องเรียนเริ่มมีนักอ่านเพิ่มขึ้นอีกหลายคน<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกบทเรียนเรื่องโรคแล้ว&nbsp; ยังสามารถใช้ชุดการเรียนแบ่งเนื้อหา&nbsp; ให้นักเรียนเรียนแตกต่างกันได้&nbsp; ขอยกตัวอย่าง เช่น&nbsp;&nbsp; &nbsp;แต่เดิมนักเรียนชั้น ม.1 เมื่อเริ่มเรียนเรื่องเพศศึกษา&nbsp; ระบบสืบพันธุ์เพศชายและหญิง&nbsp; นักเรียนหญิงจะมีความอาย&nbsp; นักเรียนชายก็จะพูดเล่น&nbsp; ล้อเลียนกัน&nbsp; ทำให้นักเรียนหญิงไม่กล้าเรียน&nbsp; ไม่กล้าถาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ดังนั้นจึงปรับกิจกรรมการเรียนใหม่&nbsp; โดยการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน คือ จัดทำชุดการเรียนเป็น 2 ชุด&nbsp; คือ&nbsp; เรื่องก่อนจะเป็นสาว&nbsp; สำหรับนักเรียนหญิง&nbsp; และเรื่องกว่าจะเป็นหนุ่ม สำหรับนักเรียนชาย&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้นักเรียนแยกกลุ่มกันศึกษาเรื่องระบบสืบพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของวัยรุ่นชาย หญิง ตลอดจนการดูแลรักษาความสะอาดอวัยวะเพศของแต่ละเพศ&nbsp;&nbsp; เมื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนแยกกันศึกษาตามกลุ่มเพศแล้ว&nbsp; บรรยากาศในการเรียนดีขึ้น&nbsp; นักเรียนเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น&nbsp; หลังจากนั้นครูก็จะมาทบทวนความรู้ในภาพรวมอีกครั้งหนึ่ง &nbsp;ก็จะเป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น<br /> <br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> <br /> &nbsp;<br /> &nbsp; Sun, 13 Aug 2017 17:12:00 +0700 นักกัฬาแฮนด์บอลเยาวชนทีมชาติไทย http://lattanun.com/article/topic-64612.html <strong><img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C.jpg" style="width: 143px; height: 216px; float: left;" /><br /> <br /> <br /> &nbsp;นายคณินท์&nbsp; ดีตลอด&nbsp;<br /> นักกีฬาแฮนด์บอลทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันรายการ </strong><br /> <strong>IHF TrophyTournament </strong><strong>2012 ณ เมืองยะโฮร บารูห์&nbsp;&nbsp;<br /> ประเทศมาเลเซีย ปี 2555</strong><br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <strong><img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4.jpg" style="width: 218px; height: 225px; float: left;" /><br /> &nbsp;นายทิวัติถ์&nbsp; แพระบำ &nbsp;<br /> &nbsp;เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลทีมชาติไทย เข้าร่วมการ &nbsp;แข่งขันรายการ &nbsp; &nbsp;2 nd&nbsp;&nbsp; Asian Youth Games , &nbsp;Nanjing 2013&nbsp;&nbsp;&nbsp; ณ &nbsp; เมืองนานจิง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br /> &nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp; ปี 2556</strong><br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <br /> <strong><img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B1%E0%B8%8A.png" style="width: 283px; height: 240px; float: left;" /><br /> &nbsp;นายกิตติธัช&nbsp; นฤดีศรีอุทัย &nbsp; &nbsp;<br /> &nbsp;นักกีฬาแฮนด์บอลทีมชาติไทย<br /> เข้าร่วมการแข่งขันรายการ&nbsp; IHF TROPHY&nbsp; TOURNAMENT 2016&nbsp;&nbsp;<br /> ณ เมืองจาร์ กาต้า&nbsp; ประเทศอินโดนีเซีย&nbsp;&nbsp;<br /> ปี &nbsp;2559</strong> Tue, 14 Feb 2017 20:02:00 +0700 ผลงานศิษย์เก่า http://lattanun.com/article/topic-58156.html <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/FB_IMG_1439441262346.jpg" style="width: 500px; height: 375px;" /><br /> <br /> &nbsp; <div style="text-align: center;">นายธนวิทย์ &nbsp;นายธนวัช &nbsp; สิทธิชาติบูรณะ<br /> ผู้ตัดสินแฮนด์บอล ของสหพันธ์แฮนด์ยอลแห่งเอชีย<br /> ปฎิบัติหน้าที่ที่ ประเทศคาซัคสถาน<br /> <br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/Screenshot_2015-08-14-10-09-34(1).png" style="width: 400px; height: 397px;" /><br /> <br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/Screenshot_2015-08-14-10-10-01(1).png" style="width: 400px; height: 357px;" /></div> Tue, 14 Feb 2017 20:00:00 +0700 การจัดการเรียนรู้แบบActive Leaning http://lattanun.com/article/topic-64613.html Tue, 14 Feb 2017 19:55:00 +0700 ประวัติส่วนตัว http://lattanun.com/article/topic-58122.html <div>&nbsp;</div> <div> <p style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px; text-align: center;"><span style="font-size: 16px;"><strong>ครูรัตนาภรณ์ ลัธธนันท์</strong></span></p> <p style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px; text-align: center;"><span style="font-size: 16px;"><strong>โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี</strong></span></p> <p align="center" style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px;"><span style="font-size: 16px;"><strong>ครู คศ.3</strong></span></p> <p style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px;"><span style="font-size: 16px;"><strong>สอนวิชา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สุขศึกษาและพลศึกษา</strong></span></p> <p style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px;"><span style="font-size: 16px;"><strong>วุฒิการศึกษา&nbsp;&nbsp;</strong></span></p> <ul style="padding: 0px 40px; color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px;"> <li>การศึกษาบัณฑิต&nbsp; (เทคโนโลยีทางการศึกษา ) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ</li> <li>วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (สุขศึกษา)&nbsp; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</li> <li>ครุศาสตร์มหาบัณฑิต (บริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยรภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา</li> </ul> <p style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px;"><span style="font-size: 16px;">เกียรติประวัติ</span></p> <ul style="padding: 0px 40px; color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; font-size: 13px; line-height: 20.7999992370605px;"> <li><span style="font-size: 14px;">2544 ครูต้นแบบวิชาสุขศึกษาของจังหวัดเพชรบุรี</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2544 บุคคลดีเด่นของโรงเรียนอรุณประดิษฐเพชรบุรี</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2545 ครูแกนนำปฏิรูปการเรียนรู้ ของกรมสามัญศึกษา</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2545 ครูเ กียรติยศ ( Teacher Award ) ของกรมสามัญศึกษา</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2546 กรรมการประเ มินครุต้นแบบของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2547 ครูสุขศึกษาแ ห่งชาติ ระดับปฏิบัติการ ของสมาคมสุขศึกษา พลศึกาา และสันทนาการแห่งประเทศไทย</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2548 ครูต้นแบบ Best Practice กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (ช่วงชั้นที่3-4 ) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 1</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2548 ครูต้นแ บบ Best Practice กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา (ช่วงชั้นที่3-4 ) โครงการสืบค้นเผยแพร่ข้อมูลผลงานดีเด่น ของเขตตรวจราชการที่ 6-7</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2549 ครูดีเ ด่นกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกาาและพลศึกษา ของ มูลนิธิครูดี เด็กดี เขตการศึกษา 5</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2550 วิทยากรโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ของ สพท.เพชรบุรี เขต 1-2</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2551 วิทยากรโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ ของ สพท.เพชรบุรี เขต 1-2</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2551&nbsp;เป็นวิทยากรการประชุมวิชาการแห่งชาติ สมาคมสุขศึกษา พลศึกษาและ สันทนาการแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมไพลิน&nbsp; จังหวัดพิษณุโลก&nbsp; วันที่ 5-7 ธันวาคม&nbsp; 2551</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2552 - ได้รับการยกย่อง&nbsp; ครูผู้มีจรรยาบรรณวิชาชีพครูดีเด่น ประเภทครูผู้สอน&nbsp;เนื่องในวันครูแห่งชาติ&nbsp; ประจำปี 2552 ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัด&nbsp;&nbsp;เพชรบุรี &nbsp;เขต 1</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2552ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนครู เขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดเพชรบุรี เขต 1&nbsp;&nbsp; เข้าประชุมครูโลก&nbsp; ณ กรุงเทพมหานคร วันที่ 24-26 มีนาคม&nbsp; 2552</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2552 ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโครงการ &ldquo;ครูดี&nbsp; สอนเก่ง&rdquo;&nbsp;&nbsp; เข้าร่วมเป็นทีมงานของสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ในการจัดทำฐานข้อมูล&nbsp;&nbsp;&nbsp; และการพัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้บนเว็บไซด์ สหวิชาดอทคอม ระหว่าง 26-29&nbsp;&nbsp;&nbsp; มิถุนายน 2552</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2553&nbsp; ได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการสร้างเครื่องมือวัด ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;&nbsp;(O-NET) ช่วงชั้นที่ 4&nbsp; วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา วันที่ 19-23 เมษายน 2553</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2553 ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการอบรม Master&nbsp; Teacher&nbsp; วิชาสุขศึกษา&nbsp; เข้ารับการพัฒนาที่สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขต สมุทรสาคร วันที่ 25-29&nbsp; ตุลาคม 2553</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2554&nbsp; ได้รับคัดเลือก โครงการครูสอนดี&nbsp; ของจังหวัดเพชรบุรี</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">2555 &nbsp;ได้รับรางวัล ทีมพัฒนาดีเด่น กีฬาแฮนด์บอลดีเด่นประจำปี 2555 ในการแข่งขันกีฬานักเรียนสพฐ. ครั้งที่ 2 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">&nbsp;2556 &nbsp;ได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนกีฬาดีเด่นของจังหวัดเพชรบุรีเนื่องในวันกีฬาแห่งชาติวันที่ 16 ธันวาคม 2556</span></li> <li><span style="font-size: 14px;">&nbsp;2527 ได้รับรางวัลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดีเด่นประจำปีพุทธศักราช 2557 ประเภทครูผู้สอนกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น</span></li> </ul> <span style="color: rgb(51, 51, 51); font-family: sans-serif, Arial, Verdana, 'Trebuchet MS'; line-height: 20.7999992370605px; font-size: 14px;">​<br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/1439256168780(1).jpg" style="cursor: default; width: 427px; height: 640px;" /><img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/1439256133653(1).jpg" style="cursor: default; width: 485px; height: 323px;" /></span></div> Thu, 13 Aug 2015 06:25:00 +0700 ศิลปสร้างสรรค์ http://lattanun.com/article/topic-20944.html <div style="text-align: center;"><strong>ศิลปะสร้างสรรค์</strong></div> &nbsp;<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; งานศิลปะสามารถสื่อความหมายเล่าเรื่องต่างๆ ได้อย่างมากมาย&nbsp; ดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่า &ldquo; ภาพหนึ่งภาพ&nbsp; มีความหมายมากกว่าคำพันคำ &rdquo;&nbsp; &nbsp;&nbsp;ดังนั้นในการจัดการเรียนรู้ &nbsp;ครูจะรู้ได้ว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้เพียงใดบ้างนั้น&nbsp; ต้องมีการประเมินผลหลังการเรียน&nbsp; การเลือกใช้งานศิลปะก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นำมาใช้ในการสรุปบทเรียน&nbsp; หรือการเสนอแนะแนวทางการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน เป็นต้น&nbsp; อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาสมองของนักเรียน&nbsp;&nbsp; ซึ่งพัฒนาสมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาไปพร้อมๆ กัน อันเป็นแนวทางในการพัฒนาสมองที่ดีที่สุด<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ครั้งนี้เป็นกิจกรรมของนักเรียนชั้น ม<strong>.</strong>3&nbsp; หลังจากการเรียนเรื่องการเคหะพยาบาลแล้วให้นักเรียนจัดทำแผ่นพับ&nbsp; คู่มือการดูแลผู้ป่วยในบ้าน&nbsp; ดังมีขั้นตอนการจัดกิจกรรมดังนี้<br /> &nbsp;<br /> <strong>ขั้นตอนการจัดกิจกรรม</strong> <ol> <li>ครูแจ้งให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์ในการทำงานล่วงหน้า คือ&nbsp; กระดาษขนาด A4 &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1 แผ่น &nbsp;ดินสอ&nbsp; ยางลบ&nbsp; ดินสอสี&nbsp; เพื่อเตรียมทำงานในชั้นเรียน</li> <li>นักเรียนจับคู่กันทำงาน&nbsp; นักเรียนเลือกเรื่องที่นักเรียนสนใจ&nbsp; 1&nbsp; เรื่อง แล้วจัดทำแผ่นพับ คู่มือการดูแลผู้ป่วยในบ้าน จำนวน 1 แผ่น</li> <li>นักเรียนจัดทำเนื้อหาและตกแต่งแผ่นพับให้สวยงาม</li> </ol> <br /> <strong>ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ</strong> <ol> <li>นักเรียนสามารถถ่ายทอดความรู้ของตนเอง ผ่านงานศิลปะ</li> <li>เป็นการสรุปผลการเรียนรู้หลังการเรียน</li> <li>นักเรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านองค์ความรู้และจินตนาการ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์</li> <li>นักเรียนมีความสุขกับการเรียน เพลิดเพลินกับงานที่ทำ&nbsp;&nbsp; และภูมิใจกับความสำเร็จของงานที่เกิดขึ้น</li> </ol> &nbsp;<br /> <strong>แนวทางในการจัดกิจกรรม</strong> <ul> <li><strong>การกำหนดหัวข้อในการทำกิจกรรม</strong>&nbsp;&nbsp; การเลือกกิจกรรมศิลปะนั้นสามารถนำมาใช้ในการสรุปบทเรียน&nbsp; การแสดงข้อคิด ข้อเสนอแนะของนักเรียน &nbsp;ตลอดจนความรู้ที่นักเรียนได้รับ &nbsp;&nbsp;กิจกรรมที่ให้นักเรียนปฏิบัติ ได้แก่&nbsp;&nbsp; การทำแผ่นพับ&nbsp; การทำโปสเตอร์รณรงค์&nbsp; เป็นต้น ซึ่งสามารถนำมาใช้กับบทเรียนที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพวัยต่างๆ&nbsp; การรณรงค์ป้องกันการใช้สารเสพติด&nbsp; คู่มือการป้องกันโรค เป็นต้น</li> <li><strong>การกำหนดวิธีการทำงานศิลปะ</strong>&nbsp; การทำกิจกรรมนี้สามารถทำได้เป็นกลุ่มและเป็นแบบบุคคล โดยการให้นักเรียนเตรียมอุปกรณ์มาให้พร้อม เช่น เลือกข้อมูล เนื้อหา&nbsp; กระดาษ และดินสอสี&nbsp; หรือถ้านักเรียนไม่ค่อยถนัดในเรื่องการวาดภาพ&nbsp; นักเรียนก็สามารถนำภาพที่วาดแล้ว หรือภาพตัดปะจากหนังสือต่างๆ มาตกแต่งแทนก็ได้&nbsp; จะทำให้นักเรียนมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น&nbsp;</li> <li><strong>&nbsp;บทบาทของครูระหว่างการทำกิจกรรม</strong>&nbsp; ในการทำกิจกรรม&nbsp;&nbsp; ครูควรมีการกำหนดขั้นตอนและกำหนดเวลาในการทำงานของนักเรียน &nbsp;เพื่อให้นักเรียนรู้จักการวางแผนในการทำงาน รู้จักการแบ่งเวลา &nbsp;ครูจะช่วยบอกเวลา นักเรียนเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนทำงาน และขณะเดียวกันก็เป็นการเตือนให้นักเรียนทำงานตามเวลาที่กำหนด</li> </ul> &nbsp;<br /> <strong>สรุปผลการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะ</strong> <ol> <li>กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านงานศิลปะ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่นักเรียนชอบมากเพราะนักเรียนได้ลงมือทำตามความถนัดและความสนใจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา นักเรียนก็ยังชอบในการทำงานศิลปะทั้งนั้น&nbsp; &nbsp;เพียงแต่ครูควรเลือกให้มีความยากง่าย แตกต่างกันตามระดับของอายุ ในเด็กเล็กการทำแผนผังความคิดจะทำได้ง่าย ให้นักเรียนตกแต่งสีสันให้สวยงาม&nbsp; ส่วนเด็กโตขึ้นมาในระดับประถมปลายหรือนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1&nbsp; ก็จะทำโปสเตอร์ แผ่นเดียว&nbsp;&nbsp; ถ้าเป็นนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-3 หรือ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย อาจให้ทำเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่อง เช่น แผ่นพับ หรือเป็นหนังสือเล่มน้อย เป็นต้น</li> <li>การทำงานในห้องเรียน&nbsp; ทำให้ครูสามารถ&nbsp; ประเมินกระบวนการทำงานของนักเรียนและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้ชัดเจน&nbsp; นอกจากนี้นักเรียนสามารถประดิษฐ์ชิ้นงานด้วยตนเอง&nbsp; ถ้าสั่งงานให้นักเรียนทำที่บ้าน&nbsp; นักเรียนก็จะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วย&nbsp; หรือให้ผู้อื่นๆ ช่วยทำให้&nbsp; ไม่สามารถควบคุมได้&nbsp; และครูต้องฝึกให้นักเรียนสามารถทำงานให้สำเร็จได้ด้วยตนเอง</li> </ol> Thu, 13 Aug 2015 06:21:00 +0700 รู้แจ้งเห็นจริง http://lattanun.com/article/topic-14778.html <div style="text-align: center;"><span style="font-size: 16px;">รู้แจ้งเห็นจริง</span></div> &nbsp;<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การเรียนจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา&nbsp; มุ่งเน้นให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง&nbsp; สามารถสร้างเสริมสุขภาพของตนเองได้&nbsp; ปราศจากโรคภัย&nbsp; ดังนั้นในบทเรียนจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับร่างกาย&nbsp; อวัยวะภายนอกและภายใน&nbsp; ตลอดจนการทำงานของระบบต่างๆ ของร่างกาย&nbsp; การที่จะสอนให้นักเรียนเข้าใจได้ง่าย&nbsp; การใช้สื่อการสอนต่างๆ&nbsp; จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น&nbsp;&nbsp; เช่น การเห็นภาพของอวัยวะภายใน&nbsp; ส่วนประกอบต่างๆของร่างกายที่เราไม่สามารถมองเห็นได้&nbsp; โครงสร้างภายในของอวัยวะต่างๆ หรือเป็นภาพจำลองการทำงานของระบบต่างๆ ได้แก่ระบบหายใจ&nbsp; ระบบการย่อยอาหาร&nbsp;&nbsp; สิ่งเหล่านี้ถ้าครูใช้สื่อการสอนที่เป็นรูปภาพ หรือเป็นภาพเคลื่อนไหว&nbsp; ก็จะทำให้นักเรียนเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ครูผู้สอนสุขศึกษาจึงควรต้องหาสื่อการสอนประเภทต่างๆ มาประกอบการสอน&nbsp; นอกจากทำให้เกิดการเรียนได้ดีขึ้นแล้ว&nbsp; ยังเป็นการสร้างความน่าสนใจ &nbsp;ให้นักเรียนอยากมาเรียนรู้ด้วย&nbsp; การใช้สื่อการสอนก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการใช้เทคนิควิธีการสอนแบบอื่นๆ&nbsp;<br /> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สื่อการสอนนั้นครูสามารถจัดหาได้&nbsp; ในปัจจุบันก็มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป&nbsp;&nbsp; หรือถ้าสามารถผลิตได้เองก็ยิ่งดี&nbsp; เพราะจะได้สื่อการสอนที่ตรงตามที่ครูต้องการ&nbsp; ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ช่วยให้การผลิตสื่อการสอนง่ายขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น&nbsp; การใช้สื่อการสอนเป็นความจำเป้นอย่างยิ่งในการสอนวิชาสุขศึกษา<br /> &nbsp;<br /> <strong>ขั้นตอนการจัดกิจกรรม</strong> <ol> <li>ครูต้องมีการเตรียมการในการใช้สื่อการสอน&nbsp; เช่น วัสดุที่ใช้&nbsp; อุปกรณ์ที่ใช้ และสถานที่ที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้</li> <li>ก่อนการใช้สื่อครูควรอธิบายความสำคัญ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ในการศึกษาในครั้งนี้</li> <li>ระหว่างการใช้สื่อการสอนหรือหลังจากเสร็จสิ้นการใช้สื่อแล้ว ต้องมีกิจกรรมให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้รับ หรือมีคำถามให้นักเรียนตอบ&nbsp; เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจในการศึกษาจากสื่อนั้น</li> <li>นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับร่วมกันก่อนจบบทเรียน</li> </ol> &nbsp;<br /> <strong>ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ</strong> <ol> <li>นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น&nbsp;</li> <li>นักเรียนสามารถเรียนรู้บางสิ่งที่ไม่สามารถเห็นได้ในชีวิตจริง&nbsp; เพราะสื่อการสอนลดข้อจำกัดด้านเวลา&nbsp; สถานที่&nbsp;&nbsp; และขนาดของวัตถุ&nbsp;</li> <li>นักเรียนมีความสนใจกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น</li> </ol> &nbsp; <div style="text-align: center;"><strong><img alt="" src="http://Lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/รู้แจ้ง2.jpg" style="width: 250px; height: 188px;" /></strong></div> <br /> <strong>แนวทางในการจัดกิจกรรม</strong> <ul> <li><strong>การผลิตสื่อการสอน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp; ควรมีการเตรียมการในการจัดหาหรือผลิตสื่อการสอนที่ใช้&nbsp; ตามความสามารถของตน&nbsp; และปัจจัยความพร้อมของโรงเรียน การเตรียมสื่อการสอนในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น &nbsp;คอมพิวเตอร์ช่วยให้ครูผลิตสื่อการสอนได้สะดวกขึ้น&nbsp; แหล่งเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตทำให้ครูสามารถผลิตสื่อการสอนได้ง่ายทั้งเนื้อหา และรูปภาพ&nbsp;&nbsp; อีกทั้งสื่อการสอนที่เป็นโปรแกรมนำเสนอทางคอมพิวเตอร์&nbsp; ยังช่วยให้เกิดความประหยัด เพราะไม่ต้องพิมพ์&nbsp; ไม่ต้องใช้กระดาษให้สิ้นเปลือง&nbsp; ขณะเดียวกันนักเรียนยังสามารถสำเนาสื่อการสอนต่างๆ กลับไปศึกษาด้วยตนเองที่บ้านได้&nbsp;&nbsp; หรือถ้าครูนำสื่อการสอนไปไว้ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์&nbsp; ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองที่บ้านตลอดเวลา&nbsp; และบุคคลอื่นที่สนใจก็สามารถที่จะศึกษาค้นคว้าได้โดยไม่จำกัด</li> <li><strong>การเลือกใช้สื่อการสอน</strong>&nbsp;&nbsp; ควรเลือกใช้สื่อการสอนเหมาะกับวัยของนักเรียน นักเรียนชั้นเล็กๆ ชอบ สื่อการสอนที่เคลื่อนไหว&nbsp; มีรูปภาพประกอบสวยงาม&nbsp; คำอธิบายที่เข้าใจง่ายๆ&nbsp;&nbsp; &nbsp;ส่วนนักเรียนในชั้นโตๆ ชอบสื่อการสอนที่มีเนื้อหาสาระ&nbsp; โดยเฉพาะนักเรียนจะสนใจมากถ้าเป็นภาพจริงๆ&nbsp; เช่น การคลอดบุตร&nbsp;&nbsp;&nbsp; การผ่าตัด&nbsp;&nbsp; การตรวจรักษาของแพทย์&nbsp;&nbsp; หรือภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ&nbsp; เช่น ภาพข่าวประจำวัน&nbsp;&nbsp; ภาพคนป่วยโรคเอดส์&nbsp; &nbsp;โรคมะเร็ง&nbsp; อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน&nbsp; หรือสภาพผู้ป่วยที่ติดสารเสพติด&nbsp; การใช้สื่อการสอนที่เป็นภาพจริงๆ มาให้นักเรียนดู&nbsp; ช่วยทำให้นักเรียนเกิดความตระหนักในเรื่องของความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพมากขึ้น&nbsp; โดยเฉพาะสื่อที่น่ากลัว เช่น ภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง&nbsp;&nbsp; ผู้ป่วยโรคเอดส์&nbsp;&nbsp;&nbsp; แผลที่เกิดขึ้นจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์&nbsp; สื่อที่น่ากลัวจะช่วยสร้างการรับรู้และความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคให้นักเรียนได้มากขึ้น&nbsp; สื่อการสอนที่เป็นภาพข่าวเหตุการณ์ประจำวันเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้นักเรียนเกิดความตระหนักในความสำคัญของการเรียนวิชาสุขศึกษาได้&nbsp; &nbsp;เพราะเป็นเรื่องจริง&nbsp; เกิดขึ้นจริงๆ&nbsp; บางเรื่องเป็นข่าวใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของนักเรียน&nbsp; ทำให้กระตุ้นความสนใจของนักเรียนได้มากขึ้น</li> <li><strong>การทำกิจกรรมประกอบการเรียนรู้</strong>&nbsp;&nbsp; ระหว่างกิจกรรมการเรียน หรือเมื่อใช้สื่อการสอนจบแล้ว&nbsp; ต้องมีกิจกรรมประกอบการใช้สื่อนั้นด้วย&nbsp; เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของนักเรียน&nbsp; มิฉะนั้นนักเรียนก็จะนั่งดู เฉยๆ&nbsp; ไม่ได้คิดตาม&nbsp; โดยเฉพาะสื่อประเภทวีดิทัศน์หรือซีดี ภาพยนตร์ ต่างๆ&nbsp; นักเรียนมักจะสนใจในระยะแรกๆ&nbsp; นักเรียนบางคนจะคุยกัน&nbsp; หรือบางคนอาจจะหลับไปเลย&nbsp;&nbsp; ดังนั้นควรมีข้อคำถามหรือแบบฝึกหัดระหว่างที่ดูภาพยนตร์&nbsp; เป็นคำถามสั้นๆ ในเนื้อเรื่องนั้นเป็นระยะ&nbsp; เพื่อให้นักเรียนต้องติดตาม&nbsp; เพื่อให้ได้คำตอบตลอดเวลา&nbsp; &nbsp;&nbsp;การใช้คำถามเน้นที่ความจำเพื่อให้นักเรียนได้เขียน จดบันทึก&nbsp; จะได้จำส่วนที่สำคัญได้&nbsp;&nbsp; แต่ไม่ใช้คำถามที่เป็นความคิดเห็นหรือเสนอแนะระหว่างการดูภาพยนตร์&nbsp; เพราะนักเรียนต้องใช้สมาธิในการดูภาพยนตร์&nbsp; และถ้าให้นักเรียนเขียนมากเกินไป&nbsp; นักเรียนจะห่วงการตอบคำถาม&nbsp; ก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบ&nbsp; จนดูภาพยนตร์ไม่รู้เรื่อง&nbsp; ส่วนคำถามที่เป็นการพัฒนากระบวนการคิดจะใช้เมื่อหลังจากดูสื่อการสอนแล้วนำมาวิเคราะห์หรืออภิปรายเพื่อเป็นการสรุปความคิดรวบยอดในภายหลัง</li> </ul> &nbsp; <ul> <li><strong>เวลาที่เหมาะสมในการใช้สื่อ</strong>&nbsp; การสอนโดยการให้ดูสื่อการสอนที่เป็นภาพยนตร์&nbsp; ควรใช้เวลาให้เหมาะสม ไม่ควรนานเกินไป ควรใช้เวลา แต่ละเรื่อง ประมาณ 15-20 นาที&nbsp; เพื่อที่ครูจะได้มีเวลาในการนำเข้าสู่บทเรียน ชี้แจงวัตถุประสงค์หรือสิ่งที่ต้องการให้นักเรียนได้ศึกษาในครั้งนี้&nbsp;&nbsp; และเมื่อดูภาพยนตร์จบแล้ว&nbsp; ก็ต้องมีเวลาในการให้นักเรียนทำงาน&nbsp; และการสรุปหลังการเรียนร่วมกันด้วย&nbsp; ซึ่งครูบางท่านจะใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อการสอนแทนตนเอง&nbsp; คือให้ดูเรื่องยาวๆ ทั้งชั่วโมง&nbsp; เมื่อหมดเวลาก็เลิกกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp; หรือปล่อยให้นักเรียนดูไปเรื่อยๆ&nbsp; นักเรียนก็จะสนใจบ้างไม่สนใจบ้าง&nbsp;&nbsp; หรือนักเรียนนำงานอื่นๆ ขึ้นมาทำ&nbsp;&nbsp; ก็จะไม่เป็นประโยชน์กับนักเรียนมากนัก</li> <li><strong>เทคนิคในการใช้สื่อการสอน &nbsp;</strong>ในการใช้สื่อการสอนแต่ละเรื่องต้องมีเทคนิคในการใช้สื่อการสอนแต่ละประเภทเช่น&nbsp; ถ้าสื่อการสอนที่ดูมีความน่ากลัว หวาดเสียว เช่น การผ่าตัด&nbsp; การคลอดบุตร&nbsp;&nbsp; ครูอาจช่วยเบี่ยงเบนความสนใจโดยการหยุดภาพเป็นระยะๆ&nbsp; แล้วช่วยอธิบายประกอบ&nbsp; เป็นการให้โอกาสนักเรียนได้ปรับอารมณ์ตนเอง&nbsp; ลดความกลัว&nbsp; ความตื่นเต้น&nbsp; ครูอาจชวนคุยในเรื่องอื่น&nbsp; หรือการอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายๆ แทน&nbsp;&nbsp; &nbsp;สื่อการสอนบางเรื่องครูต้องทำความเข้าใจกับนักเรียนว่าเป็นการสาธิต&nbsp; หรือนำมาให้ดูเพื่อความรู้ความเข้าใจ นักเรียนไม่ควรปฏิบัติตาม&nbsp; โดยเฉพาะเรื่องของการปฐมพยาบาล&nbsp;&nbsp; เช่น การผายปอด&nbsp; การนวดหัวใจ&nbsp; การช่วยคนจมน้ำ&nbsp; การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย&nbsp; เพราะการดูจากสื่อการสอนเพียงอย่างเดียว&nbsp; นักเรียนยังไม่สามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง&nbsp; อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย หรือเป็นอันตรายได้&nbsp;&nbsp; นักเรียนต้องมีการเรียนรู้เพิ่มเติมและฝึกทักษะให้ถูกต้องเสียก่อน&nbsp; จึงจะปฏิบัติจริงได้&nbsp;</li> </ul> <br /> <strong>สรุปผลการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะ</strong> <ol> <li>การใช้สื่อการสอนเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่งในวิชาสุขศึกษา&nbsp; เพราะจะช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น&nbsp; ลดข้อจำกัดต่างๆ&nbsp; ที่นักเรียนไม่สามารถพบในชีวิตประจำวัน เช่น&nbsp; อวัยวะภายในของร่างกาย&nbsp; การทำงานในระบบต่างๆของร่างกาย&nbsp; หรือ อาการของโรคร้ายแรงต่างๆ&nbsp;&nbsp;</li> <li>&nbsp;สื่อการสอนช่วยลดเวลาในการสอน&nbsp; การใช้ภาพประกอบจะช่วยลดเวลาในการอธิบายของครูได้มากขึ้น&nbsp; และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้เร็วขึ้น</li> <li>&nbsp;สื่อการสอนทำให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น&nbsp; นักเรียนสนใจใจเรียน มีความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น&nbsp; เพราะมีสิ่งต่างๆ มาเร้าความสนใจ&nbsp; มากกว่าการบรรยายของครูเพียงอย่างเดียว&nbsp; การใช้สื่อการสอนที่มีคุณภาพ&nbsp; จะทำให้บทเรียนแปลกใหม่ น่าสนใจทุกครั้งที่เรียน การเรียนรู้ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น</li> <li>&nbsp;บรรยากาศในการเรียนรู้&nbsp; แปลกใหม่&nbsp; ตื่นเต้น&nbsp; นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการอยากรู้ อยากเรียนมาขึ้น&nbsp; ทำให้นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้</li> </ol> Thu, 13 Aug 2015 06:21:00 +0700 สภากาแฟ http://lattanun.com/article/topic-14767.html &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; <div style="text-align: center;"><strong><span style="font-size: 14px;">สภากาแฟ</span></strong><br /> &nbsp;</div> <div style="text-align: center;"><br /> &nbsp;</div> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การเรียนในห้องเรียนสี่เหลี่ยม&nbsp; นักเรียนนั่งเป็นแถวหันหน้าเข้าหากระดานดำ&nbsp; มีครูผู้สอนอยู่หน้าชั้นเรียน คงเป็นภาพการเรียนการสอนแบบเดิมๆ ที่เคยเราปฏิบัติมา&nbsp; ครูสอนหน้าชั้นเรียนตลอดเวลา&nbsp; มีนักเรียนแถวหน้า ต้องตั้งใจเรียนเพราะอยู่ใกล้มือใกล้ไม้ของครู&nbsp; เด็กๆ ที่นั่งใกล้หน้าต่างก็มองออกนอกหน้าต่าง&nbsp; บางครั้งนักเรียนที่นั่งแถวหลังก็ก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านวิชาอื่น&nbsp; หรือบางชั่วโมงดูเหมือนนักเรียนตั้งใจเรียนนั่งกันเงียบทั้งชั่วโมง&nbsp; แต่เมื่อครูถามก็นั่งเงียบเช่นเคย&nbsp; ครูเลยไม่รู้ว่าเงียบเพราะเข้าใจหรือเพราะไม่รู้เรื่องกันแน่&nbsp;&nbsp; การเรียนแบบใหม่นั้นเป็นการจัดให้นักเรียนได้เรียนรู้เป็นกลุ่ม เพื่อจะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้แบบร่วมมือกัน&nbsp; ซึ่งจะทำให้นักเรียนได้มีทักษะในการทำงาน&nbsp; ทักษะในการแก้ปัญหา และสามารถเป็นผู้นำและผู้ตามได้อย่างเหมาะสม&nbsp;&nbsp; ตัวอย่างกิจกรรมการเรียนรู้ในที่นี้คือการเรียนรู้เรื่องอันตรายจากการประกอบอาชีพ &nbsp;โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้<br /> &nbsp;<br /> <strong>ขั้นตอนการจัดกิจกรรม</strong> <p style="text-align: center;"><img alt="" src="http://Lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/สภากาแฟ.jpg" style="width: 250px; height: 188px;" /></p> <p>&nbsp;</p> <ol> <li>นักเรียนแบ่งเป็นกลุ่ม&nbsp; กลุ่มละ 4-5 คน</li> <li>นักเรียนแต่ละกลุ่มจับสลากเลือกอาชีพต่างๆแล้วนักเรียนระดมความคิด เรื่องสิ่งแวดล้อมในการทำงานของแต่ละอาชีพที่กำหนดให้ ตามประสบการณ์เดิมของนักเรียน</li> <li>นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมในการทำงานแบ่งออกเป็น4 ประเภท</li> <li>นักเรียนแต่ละกลุ่มต้องสร้างแผนผังความคิด&nbsp; ( Mind Mapping ) จัดกลุ่มของสิ่งแวดล้อมตามประเภทต่างๆ&nbsp; ให้ครบทั้ง 4 ประเภท&nbsp;&nbsp; และตกแต่งแผนผังความคิดให้สวยงามโดยใช้เวลา 30 นาที</li> <li>นักเรียนแต่ละกลุ่มรายงานผลการปฏิบัติงาน</li> <li>นักเรียนร่วมกันสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน&nbsp; และครูช่วยเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์</li> </ol> &nbsp;<br /> <strong>ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ</strong> <ol> <li>นักเรียนพัฒนากระบวนการคิด&nbsp; โดยการระดมความคิดร่วมกันเป็นกลุ่ม</li> <li>นักเรียนมีกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ</li> <li>นักเรียนมีทักษะในการทำงานเป็นกลุ่ม&nbsp; การแสดงความคิดเห็น&nbsp; การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น</li> </ol> <br /> <br /> <br /> &nbsp; <div style="text-align: center;"><strong><img alt="" src="http://Lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/สภากาแฟ2.jpg" style="width: 250px; height: 188px;" /><br /> <br /> แนวทางการจัดกิจกรรม</strong></div> <table cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td> <div>&nbsp;</div> </td> </tr> </tbody> </table> &nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>การเตรียมเอกสารประกอบบทเรียน&nbsp; </strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการทำกิจกรรมต้องเตรียมเอกสารประกอบ บทเรียน เช่น ใบความรู้&nbsp; ใบงาน&nbsp; ก่อนการสอนให้เรียบร้อยโดยคนึงถึง เนื้อหา&nbsp; เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมที่เหมาะสม และมีจำนวนเพียงพอกับนักเรียนทั้งชั้นเรียน <ul> <li><strong>การ</strong><strong>แบ่งกลุ่มนักเรียน</strong>&nbsp; การแบ่งกลุ่มโดยให้นักเรียนเลือกได้ตามความสมัครใจ กลุ่มจะแสดงให้เห็นความสัมพันธ์พื้นฐานภายในของนักเรียน&nbsp; นักเรียนที่เรียนเก่งจะอยู่กับนักเรียนที่เก่งด้วยกัน&nbsp; นักเรียนที่มีผลการเรียนปานกลางและ นักเรียนที่มีผลการเรียนอ่อนมักจะรวมกันเป็นกลุ่มๆ&nbsp; วิธีการนี้จะทำให้ครูสามารถเลือกวิธีพัฒนาศักยภาพของนักเรียนที่แตกต่างกันได้ในเวลาเดียวกัน&nbsp; เช่น &nbsp;นักเรียนที่เรียนเก่งมีความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็ว ครูจะช่วยเป็นที่ปรึกษาใช้เวลาในการแนะนำเล็กน้อย&nbsp; นักเรียนก็จะปฏิบัติได้เอง&nbsp; &nbsp;ส่วนนักเรียนที่เรียนอ่อนหรือขาดความสนใจในการเรียน&nbsp;&nbsp; ครูจะใช้เวลาดูแลนักเรียนระหว่างการทำกิจกรรมได้มากขึ้นหรือสามารถควบคุมพฤติกรรมได้ใกล้ชิดมากขึ้น&nbsp;</li> <li><strong>การเตรียมกิจกรรมสำรอง&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>ในการทำกิจกรรมเป็นกลุ่มนี้&nbsp; นักเรียนบางกลุ่มที่มีความสามารถในการเรียนรู้ได้เร็ว จะทำงานเสร็จก่อนเวลาที่กำหนด&nbsp; เมื่อต้องรอเพื่อนกลุ่มอื่นๆ&nbsp; อาจเกิดความเบื่อหน่ายหรือคุยกัน&nbsp; ซึ่งเป็นการรบกวนเพื่อนกลุ่มอื่นๆ&nbsp; ดังนั้นจึงต้องเตรียมกิจกรรมสำรองให้นักเรียนเพิ่มเติม อาจจะเป็นเอกสารความรู้เพิ่มเติม&nbsp; หรือเป็นเรื่องสั้น&nbsp; นิทาน&nbsp; การเล่นเกม&nbsp;&nbsp;&nbsp; ก็ได้&nbsp; ซึ่งจะเป็นการเสริมแรงให้กับนักเรียน เป็นการจูงใจให้นักเรียนอยากทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น</li> <li><strong>การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่&nbsp; &nbsp;</strong>กิจกรรมนี้สามารถจัดได้ทั้งในห้องเรียน หรือนอกห้องเรียน&nbsp; ต้องเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ทำงานของนักเรียน ถ้าแข่งเป็นกลุ่มแล้วห้องเรียน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คับแคบ&nbsp; อาจจะย้ายมาเรียนที่สวนหย่อม&nbsp; หรือสนามหญ้า&nbsp; ที่มีโต๊ะเก้าอี้ให้นักเรียนนั่งทำงานเป็นกลุ่มได้&nbsp;&nbsp; บรรยากาศการเรียนรู้ก็จะดีมากขึ้น&nbsp; มีความสะดวกมากขึ้น&nbsp; ขณะเดียวกันเวลาที่นักเรียนระดมความคิดในกลุ่ม&nbsp; นักเรียนก็จะไม่รบกวนนักเรียนในชั้นเรียนอื่นๆ ด้วย<br /> &nbsp;</li> <li><strong>บทบาทของครูระหว่างการทำงานของนักเรียน&nbsp; </strong>ขณะที่ครูเดินดูนักเรียนแต่ละกลุ่มจะมีความใกล้ชิดกับนักเรียนมากขึ้น ครูจะรับฟังการอภิปรายในกลุ่มย่อยของนักเรียน&nbsp; ทำให้ครูสามารถให้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คำแนะนำในสิ่งที่นักเรียนไม่เข้าใจ&nbsp; ตอบปัญหาและแก้ไขสิ่งที่นักเรียนเข้าใจไม่ถูกต้องได้ทันทีขณะที่นักเรียนสนทนากันในกลุ่ม</li> <li><strong>การบูรณาการคุณธรรมกับการเรียนรู้&nbsp; </strong>ในการทำงานร่วมกัน ครูสามารถสอดแทรกเรื่องคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ&nbsp; ความมีวินัย&nbsp; ฝึกการทำงานแบบประชาธิปไตย ภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี&nbsp; ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&nbsp; สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากกิจกรรมกลุ่มได้ทั้งสิ้น</li> </ul> &nbsp;<br /> <strong>สรุปผลการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะ</strong> <ol> <li>&nbsp;&nbsp;การแบ่งกลุ่มนักเรียนให้ได้ร่วมกันศึกษาวิธีนี้&nbsp; บทบาทของครูจะเป็นเพียงผู้แนะนำให้คำปรึกษา&nbsp; เป็นผู้สังเกตการณ์&nbsp; การทำงานกลุ่มของนักเรียน&nbsp; คือการร่วมกันระดมความคิด&nbsp; ร่วมกันวิเคราะห์วิจารณ์ เสนอแนะ&nbsp; ทำให้ได้แนวความคิดและคำตอบที่หลากหลาย&nbsp; จากนั้นนักเรียนก็จะสังเคราะห์ความคิดทั้งหมดรายงานอย่างเป็นระบบด้วยแผนผังความคิด&nbsp; ซึ่งหลังจากการอภิปรายกลุ่มย่อยแล้ว&nbsp; ก็ต้องมีการนำเสนอผลงานในห้อง&nbsp; เพื่อที่จะสรุปผลอีกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เรียนแบบเดิมที่ครูอยู่หน้าชั้นเรียน&nbsp; นักเรียนมักจะไม่กล้าถาม&nbsp; แต่ถ้าครูเข้ามาอยู่ที่กลุ่ม&nbsp; นักเรียนจะมีความกล้าและสนทนาโต้ตอบกับครูได้มากกว่า</li> <li>&nbsp;ในขณะที่นักเรียนทำงานครูมีเวลามากขึ้น&nbsp; สามารถสังเกต&nbsp;&nbsp;&nbsp; พฤติกรรมการทำงานของนักเรียนในกลุ่มหรือเป็นรายบุคคลได้ง่ายขึ้น&nbsp;&nbsp; ครูจะได้รู้จักนักเรียนมากขึ้น&nbsp; ทั้งในด้านความสามารถการเรียนรู้&nbsp; ทักษะการทำงาน และด้านพฤติกรรม&nbsp;&nbsp; ซึ่งครูสามารถนำมาเป็นแนวทางในการวางแผนการพัฒนานักเรียนได้ต่อไป</li> </ol> <p>&nbsp;</p> <table cellpadding="0" cellspacing="0" width="100%"> <tbody> <tr> <td> <div>&nbsp;</div> </td> </tr> </tbody> </table> &nbsp;บรรยากาศในชั้นเรียน&nbsp;&nbsp; การเรียนแบบกลุ่ม&nbsp; ทำให้ภาพห้องเรียนแถวหน้ากระดานหายไป&nbsp; ครูและนักเรียนพูดคุยกันมากขึ้น&nbsp; บางครั้งอาจมีความสับสนวุ่นวายบ้าง&nbsp; ครูเดินไปเดินมารอบๆ &nbsp;แต่ห้องเรียนมีความสนุกสนานเป็นกันเองทั้งนักเรียนและครู &nbsp;&nbsp;เวลาเรียนหนึ่งคาบเรียนหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ถึงเวลาในคาบต่อๆไป&nbsp; เด็กๆ จะกระตือรือร้นในการมาเรียนเร็วขึ้น&nbsp; ชั่วโมงสุขศึกษานี้ไม่มีใครนั่งหลับอีกแล้ว&nbsp; แต่ข้อพึงระวังก็คือ&nbsp; ครูต้องดูแลนักเรียนไม่ให้รบกวนเพื่อนห้องเรียนข้างๆ&nbsp; หรือบางครั้งก็อาจจะเปลี่ยนมาเรียนกันที่สนามหญ้าบ้าง&nbsp; โต๊ะม้าหินอ่อนในสวนหย่อมบ้าง&nbsp; บรรยากาศก็จะสบายมากขึ้นและไม่รบกวนเพื่อนข้างๆห้อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; สำหรับครูผู้สอนแล้ว&nbsp; สิ่งหนึ่งที่ได้พบในการสอนแบบนี้ก็คือ ท่าทาง&nbsp; คำพูด&nbsp; มุกตลกแปลกๆ แต่จริงของเด็กๆ&nbsp; และตลอดจนความสามารถอีกหลายอย่างของนักเรียน&nbsp; แต่ที่แน่ๆ ก็คือเป็นห้องเรียนก็มีความสุขขึ้นทั้ง ครูและนักเรียน<br /> &nbsp; Thu, 13 Aug 2015 06:20:00 +0700 เรียนรู้โลกกว้าง http://lattanun.com/article/topic-13187.html <div style="text-align: center;"><strong>เรียนรู้โลกกว้าง<br /> <font size="3"><font color="#000000"><font face="Times New Roman"><v:stroke joinstyle="miter">&nbsp;<v:formulas>&nbsp;<v:f eqn="if lineDrawn pixelLineWidth 0">&nbsp;<v:f eqn="sum @0 1 0">&nbsp;<v:f eqn="sum 0 0 @1">&nbsp;<v:f eqn="prod @2 1 2">&nbsp;<v:f eqn="prod @3 21600 pixelWidth">&nbsp;<v:f eqn="prod @3 21600 pixelHeight">&nbsp;<v:f eqn="sum @0 0 1">&nbsp;<v:f eqn="prod @6 1 2">&nbsp;<v:f eqn="prod @7 21600 pixelWidth">&nbsp;<v:f eqn="sum @8 21600 0">&nbsp;<v:f eqn="prod @7 21600 pixelHeight">&nbsp;<v:f eqn="sum @10 21600 0">&nbsp;</v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:formulas>&nbsp;<v:path gradientshapeok="t" o:connecttype="rect" o:extrusionok="f">&nbsp;<o:lock aspectratio="t" v:ext="edit">&nbsp;<font size="3"><font color="#000000"><font face="Times New Roman"><v:stroke joinstyle="miter">&nbsp;<v:formulas>&nbsp;<v:f eqn="if lineDrawn pixelLineWidth 0">&nbsp;<v:f eqn="sum @0 1 0">&nbsp;<v:f eqn="sum 0 0 @1">&nbsp;<v:f eqn="prod @2 1 2">&nbsp;<v:f eqn="prod @3 21600 pixelWidth">&nbsp;<v:f eqn="prod @3 21600 pixelHeight">&nbsp;<v:f eqn="sum @0 0 1">&nbsp;<v:f eqn="prod @6 1 2">&nbsp;<v:f eqn="prod @7 21600 pixelWidth">&nbsp;<v:f eqn="sum @8 21600 0">&nbsp;<v:f eqn="prod @7 21600 pixelHeight">&nbsp;<v:f eqn="sum @10 21600 0">&nbsp;</v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:formulas>&nbsp;<v:path gradientshapeok="t" o:connecttype="rect" o:extrusionok="f">&nbsp;<o:lock aspectratio="t" v:ext="edit">&nbsp;<font size="3"><font color="#000000"><font face="Times New Roman"><v:stroke joinstyle="miter">&nbsp;<v:formulas>&nbsp;<v:f eqn="if lineDrawn pixelLineWidth 0">&nbsp;<v:f eqn="sum @0 1 0">&nbsp;<v:f eqn="sum 0 0 @1">&nbsp;<v:f eqn="prod @2 1 2">&nbsp;<v:f eqn="prod @3 21600 pixelWidth">&nbsp;<v:f eqn="prod @3 21600 pixelHeight">&nbsp;<v:f eqn="sum @0 0 1">&nbsp;<v:f eqn="prod @6 1 2">&nbsp;<v:f eqn="prod @7 21600 pixelWidth">&nbsp;<v:f eqn="sum @8 21600 0">&nbsp;<v:f eqn="prod @7 21600 pixelHeight">&nbsp;<v:f eqn="sum @10 21600 0">&nbsp;</v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:f></v:formulas>&nbsp;<v:path gradientshapeok="t" o:connecttype="rect" o:extrusionok="f">&nbsp;<o:lock aspectratio="t" v:ext="edit"> </o:lock></v:path></v:stroke></font></font></font><v:shape id="_x0000_s1027" style="width: 195.2pt; height: 146.15pt; margin-top: 95.05pt; margin-left: 307.5pt; position: absolute; z-index: -1;" type="#_x0000_t75" wrapcoords="-53 0 -53 21530 21600 21530 21600 0 -53 0"><font size="3"><font color="#000000"><font face="Times New Roman"> <v:imagedata blacklevel="5898f" o:title="21112006(002)" src="file:///C:\Users\HP\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image001.jpg"> <w:wrap type="through"> </w:wrap></v:imagedata></font></font></font></v:shape></o:lock></v:path></v:stroke></font></font></font><v:shape id="_x0000_s1027" style="width: 195.2pt; height: 146.15pt; margin-top: 95.05pt; margin-left: 307.5pt; position: absolute; z-index: -1;" type="#_x0000_t75" wrapcoords="-53 0 -53 21530 21600 21530 21600 0 -53 0"><font size="3"><font color="#000000"><font face="Times New Roman"> <v:imagedata blacklevel="5898f" o:title="21112006(002)" src="file:///C:\Users\HP\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image001.jpg"> <w:wrap type="through"> </w:wrap></v:imagedata></font></font></font></v:shape></o:lock></v:path></v:stroke></font></font></font><v:shape id="_x0000_s1027" style="width: 195.2pt; height: 146.15pt; margin-top: 95.05pt; margin-left: 307.5pt; position: absolute; z-index: -1;" type="#_x0000_t75" wrapcoords="-53 0 -53 21530 21600 21530 21600 0 -53 0"><font size="3"><font color="#000000"><font face="Times New Roman"> <v:imagedata blacklevel="5898f" o:title="21112006(002)" src="file:///C:\Users\HP\AppData\Local\Temp\msohtmlclip1\01\clip_image001.jpg"> <w:wrap type="through"> </w:wrap></v:imagedata></font></font></font></v:shape></strong></div> <div style="text-align: center;">&nbsp;</div> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิจกรรมเรียนรู้โลกกว้างเป็นกิจกรรมแรก ของการจัดการเรียนรู้ในการเรียนวิชาสุขศึกษา&nbsp; เพราะในปัจจุบันมีข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก&nbsp; ในโลกของเทคโนโลยีและการสื่อสาร&nbsp; มีการเชื่อมต่อของข้อมูลที่ทันสมัย&nbsp; โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ&nbsp; การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ&nbsp; ข้อมูลใหม่ๆ&nbsp; เกิดขึ้นตลอดเวลา&nbsp; การจัดการเรียนรู้ในยุคสมัยนี้ไม่ใช่ครูจะต้องหาความรู้มาให้นักเรียนเพียงอย่างเดียว&nbsp; หากแต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครูและนักเรียน&nbsp; การสอนให้นักเรียนรู้จักค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ร่วมกัน&nbsp; จะได้ข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น&nbsp; มีข้อมูลที่ทันสมัยมากขึ้นและในปัจจุบันนี้&nbsp; ปัญหาที่เป็นอีกปัญหาหนึ่งของเด็กไทยก็คือเรื่องของการอ่าน&nbsp; นักเรียนบางส่วนอ่านหนังสือน้อยมาก&nbsp; ทำให้นักเรียนขาดทักษะในการค้นคว้าข้อมูล ไม่ว่าจากเอกสาร&nbsp; หนังสือหรือจากอินเทอร์เน็ต&nbsp; จากการสังเกตพฤติกรรมและการประเมินการปฏิบัติงานของนักเรียนจะพบว่านักเรียนส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการค้นคว้าเอกสารต่างๆ นานมาก&nbsp; หรือนำเสนอมีข้อมูลได้เล็กน้อยไม่เพียงพอ&nbsp; แหล่งข้อมูลที่อ้างอิงก็ไม่หลากหลาย&nbsp;ในโลกดิจิตอลปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร&nbsp; นักเรียนจึงจำเป็นต้องมีแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย&nbsp; และมีความสามารถใช้วิจารณญาณในการ เลือกสรรข้อมูลมาใช้อย่างมีเหตุผล&nbsp; ไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp; กิจกรรมเรียนรู้โลกกว้างช่วยทำให้นักเรียนมีแหล่งข้อมูลข่าวสารเพิ่มมากขึ้นและส่งเสริมการรัก การอ่านให้กับนักเรียน<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> <strong>ขั้นตอนการจัดกิจกรรม</strong> <ol> <li>นักเรียนรับใบงานเพื่อศึกษาค้นคว้าในห้องสมุด&nbsp; เรื่องการดูแลสุขภาพของวัยรุ่น&nbsp; โดยให้นักเรียนเสนอวิธีการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับวัยรุ่นอย่างน้อย 1 เรื่องพร้อมทั้งสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับ&nbsp; ขั้นตอน&nbsp; วิธีการและประโยชน์ที่ได้รับ ใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้า 30 นาที พร้อมทั้งบันทึกรายละเอียดของแหล่งข้อมูลที่นักเรียนค้นคว้า</li> <li>นักเรียนปฏิบัติงานในห้องสมุดในการศึกษาข้อมูลตามกำหนด</li> <li>ครูสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน&nbsp; ให้คำแนะนำช่วยเหลือนักเรียนระหว่างการปฏิบัติงาน</li> <li>ครูเตือนนักเรียนให้ทราบก่อนหมดเวลาประมาณ 10 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนทำงานได้ตามกำหนดเวลา</li> <li>ครูสุ่มตัวอย่าง ให้นักเรียนรายงานผลการศึกษาค้นคว้า 4-5ตัวอย่างและนักเรียนร่วมกันสรุปผลวิธีการศึกษาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้</li> </ol> &nbsp;<br /> <strong>ประโยชน์ที่นักเรียนได้รับ</strong> <ol> <li>นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการศึกษาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย</li> <li>นักเรียนได้รู้จักแหล่งเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น</li> <li>นักเรียนฝึกทักษะการใช้ภาษาไทย&nbsp; เช่น การอ่าน&nbsp; การสรุปความและการเขียน</li> <li>นักเรียนมีคุณลักษณะทางด้านการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน</li> <li>นักเรียนฝึกทักษะกระบวนการทำงาน</li> <li>นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติ</li> </ol> <div style="text-align: center;"><strong><img alt="" src="http://Lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/โลกกว้าง1.jpg" style="width: 250px; height: 188px;" /><br /> <br /> แนวทางในการจัดกิจกรรม</strong></div> <ul> <li><strong>การกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้</strong> ครูต้องบอกจุดประสงค์ของการศึกษาค้นคว้าให้ชัดเจนและมีการกำหนดหัวเรื่องให้เหมาะสมกับเวลาในการศึกษาความรู้</li> <li><strong>การกำหนดหัวข้อในการศึกษาค้นคว้า </strong>&nbsp;&nbsp;กิจกรรมเรียนรู้โลกกว้าง เป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิจกรรมการเรียนรู้ ถึงวิธีการ ในการศึกษาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้&nbsp; หัวข้อที่ให้นักเรียนศึกษาควรเป็นหัวข้อกว้างๆ&nbsp; เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกได้หลากหลาย อีกทั้งสอดคล้องกับทรัพยากรในห้องสมุด&nbsp; ครูควรมีข้อมูลของประเภทและจำนวนของหนังสือที่สามารถนำมาใช้ได้ก่อน&nbsp; ถ้าหนังสือมีมากพอก็อาจจะใช้หัวข้อเดียวกันได้ทั้งชั้นเรียน หรือถ้ามีหนังสือน้อย&nbsp; อาจแบ่งกลุ่มให้ศึกษาแต่ละเรื่องๆ ไป&nbsp;&nbsp; นักเรียนก็จะใช้หนังสือที่แตกต่างๆ ไม่ต้องแย่งหรือรอคิวในการใช้หนังสือกัน&nbsp;</li> <li><strong>การเตรียมแหล่งข้อมูลสำหรับการศึกษาค้นคว้า</strong>&nbsp;&nbsp; การศึกษาข้อมูลทางด้านสุขภาพควรให้นักเรียนเลือกใช้ในการค้นคว้าจากวารสาร หรือนิตยสารทางด้านสุขภาพ&nbsp;&nbsp; เพราะมีความทันสมัย และมีข้อมูลเป็นปัจจุบันมากที่สุด มีให้เลือกได้จากหลายสำนักพิมพ์&nbsp; ในปัจจุบันหนังสือประเภทนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มีให้เลือกมากขึ้น เพราะมีคนสนใจกับการดูแลสุขภาพมาก&nbsp; และหนังสือประเภทนี้จะมีราคาไม่แพง โรงเรียนจึงมีไว้ประจำห้องสมุดอยู่เสมอ</li> <li>&nbsp;<strong>บทบาทของครูระหว่างการเรียนรู้</strong>&nbsp; ในระหว่างการปฏิบัติงาน&nbsp; ครูควรช่วยเหลือให้คำแนะนำ&nbsp; และตรวจสอบนักเรียนระหว่างการทำงานเป็นระยะ&nbsp; เพื่อเป็นการควบคุมชั้นเรียนให้นักเรียนมีระเบียบวินัย&nbsp; &nbsp;ครูสามารถศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล ในด้านความสามารถในการอ่าน การเขียน&nbsp; การสรุปความจากเรื่องที่อ่าน&nbsp;&nbsp; ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นต้น&nbsp; จะทำให้ครูสามารถให้คำแนะนำ&nbsp; แก้ไขการทำงานของนักเรียนได้อย่างทันที&nbsp;</li> <li><strong>การควบคุมเวลาในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ</strong>&nbsp;&nbsp; ระหว่างการทำงาน&nbsp; ครูควรบอกเวลาในการทำงานให้นักเรียนทราบเป็นระยะ ๆ&nbsp; จะช่วยให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น&nbsp; และนักเรียนสามารถที่จะแบ่งเวลาในการทำงานได้เป็นขั้นตอน&nbsp; มิฉะนั้นนักเรียนบางคนก็จะไม่ควบคุมเวลาของตนและทำงานไม่สำเร็จตามกำหนดเวลา&nbsp; ครูจึงควรฝึกให้นักเรียนรู้จักการแบ่งขั้นตอนและแบ่งเวลาในการทำงานให้เป็น&nbsp; ซึ่งก็จะเป็นการฝึกทักษะกระบวนการในการทำงานของนักเรียนไปด้วยพร้อมๆ กัน&nbsp;</li> </ul> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> <strong>สรุปผลการจัดกิจกรรมและข้อเสนอแนะ</strong> <ol> <li>นักเรียนมีความสามารถในการใช้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น&nbsp; และมีความสามารถเลือกใช้แหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม</li> <li>นักเรียนมีความสุขในการร่วมกิจกรรม&nbsp; เพราะเป็นกิจกรรมที่เรียนรู้จากสถานที่จริง&nbsp; โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นนักเรียนใหม่ของโรงเรียน&nbsp;&nbsp; จึงเป็นประโยชน์ในการแนะนำสถานที่ภายในห้องสมุดและวิธีการใช้ห้องสมุดด้วย</li> <li>นักเรียนได้ฝึกกระบวนการทำงานเป็นขั้นตอนและการแบ่งเวลาในการทำงาน และนักเรียนสามารถปฏิบัติงานได้ตามเวลาที่กำหนด</li> </ol> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กิจกรรมเรียนรู้โลกกว้างนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกบทเรียน และทุกวิชา&nbsp; เมื่อต้องการศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่มีความหลากหลายมากขึ้น&nbsp; และยังเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนมีความใฝ่รู้ใฝ่เรียน และรักการอ่านมากขึ้นด้วย<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp;<br /> &nbsp; Thu, 13 Aug 2015 06:18:00 +0700 การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที21 http://lattanun.com/article/topic-57976.html <div style="text-align: center;">ถอดบทเรียนจากการฟังบรรยายเรื่อง</div> <div style="text-align: center;">ปฏิรูปห้องเรียน ปฏิวัติการสอน &nbsp;การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21</div> <div style="text-align: center;">โดย ศ.นพ.วิจารณ์ &nbsp; พานิช</div> <div style="text-align: center;">มูลนิธิการสถาบันส่งเสริมจัดการความรู้เพื่อสังคม</div> <br /> 1.&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูทำอะไร ในห้องเรียน ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูสนุกกับการเรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติ<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูต้องเรียนรู้ส่งใหม่ๆ เสมอในการทำหน้าที่ ครูเพื่อศิษย์<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูควรมีการทำงานงาน &nbsp;การเรียนรู้เป็นกลุ่ม เป็นทีม อย่าทำคนเดียว และสร้างชุมชนการเรียนรู้แลกเปลี่ยนกับเพื่อนครูคนอื่นๆ&nbsp;<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;วิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ควรฝึกนักเรียนให้ตั้งคำถาม<br /> 2.&nbsp;&nbsp; &nbsp;นักเรียนทำอะไรในห้องเรียนกลับทาง &nbsp; &nbsp;Flip Classroom<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ที่บ้าน ครูให้นักเรียนดู VDO อย่างมีสมาธิ จดประเด็นสำคัญ คำถาม คิดคำถามที่น่าสนใจ 1 คำถาม &nbsp; นักเรียนอาจค้นคว้าเพิ่มเติมได้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ในชั้นเรียน<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;อภิปรายแลกเปลี่ยนความเข้าใจกับเพื่อน<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทำโจทย์ประยุกต์ใช้ความรู้เป็นทีม &nbsp;หรือเดี่ยว<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ค้นข้อมูล ความรู้เพิ่มเติม<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ช่วยกันสรุปประเด็นการเรียนรู้ (AAR = &nbsp;After Action Review คือ การทบทวนหลังปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนหนึ่งในวงจรการทํางาน เป็นการทบทวนวิธีการทํางาน ทั้งด้านความสําเร็จ และปัญหาที่เกิดขึ้น )<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นักเรียนอ่อน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ดู VDO หลายๆ รอบ กรอกลับ หรือหยุดเป็นช่วงๆ<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;อาจชวนพ่อแม่ดู และช่วยอธิบาย<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ขอให้เพื่อนที่เรียนเก่งช่วยติว<br /> <br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นักเรียนหัวไว<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ช่วยติวหรือสอนเพื่อน จะยิ่งเรียนได้และคิดเชื่อมโยงมากขึ้น<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทำโจทย์หรือโครงงานที่ท้าทาย<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ช่วยครูทำสื่อการสอน คิดโจทย์ คิดวิธีประเมิน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;นักเรียนแต่ละคนเรียนตามอัตราความเร็วของตน<br /> 3.&nbsp;&nbsp; &nbsp;ในชั้นเรียน &nbsp;ควรจัดสภาพห้องเรียนให้เป็นห้องทำงาน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ก่อนถึงเวลาเรียน นร.แต่ละคนส่งกระดาษบันทึกความเข้าใจของตนจากการดู VDO &nbsp;และ 1 คำถาม<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp; 5 นาที : ห้องเรียนมีกิจกรรม Warm Up&nbsp;<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;10 นาที : &nbsp;ถาม &nbsp;ตอบ เรื่อ VDO<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp; 35 นาที : ทำกิจกรรม &nbsp;แบบฝึกหัด &nbsp;Lab &nbsp; ที่ครูมอบหมายหรือนักเรียนคิดกันเองว่าอย่างทำอะไร<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;5 นาที : สรุป ความรู้ที่ได้รับ<br /> 4.&nbsp;&nbsp; &nbsp;จัดการประเมินการเรียนรู้อย่างไร<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ประเมินเพื่อช่วยเหลือ (Formative &nbsp;Assessment) &nbsp;ประเมินว่านักเรียนยังไม่รู้อะไร ที่ครูอยากให้รู้<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ให้นักเรียนแสดงหลักฐานว่าตนรู้แล้ว &nbsp;ชิ้นงาน &nbsp;แบบฝึกหัด &nbsp;รายงาน<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูคุยกับนักเรียนเป็นรายคนเพื่อประเมิน<br /> o&nbsp;&nbsp; &nbsp;ใช้ IT &nbsp;Monitor&nbsp;&nbsp; &nbsp;<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ประเมินผลสัมฤทธิ์ &nbsp;(Summative Evaluation)<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คะแนนสอบ &nbsp;= FA + SE<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ออกข้อสอบแบบ PISA &nbsp;ประเมินความเข้าใจ ทักษะประยุกต์ใช้ความรู้<br /> 5.&nbsp;&nbsp; &nbsp;การเรียนจากกิจกรรมระยะยาว<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เพื่อฝึกให้มีใจที่จดจ่อ สมาธิ ระยะยาว ฝึกทักษะที่ซับซ้อน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เพื่อการเรียนแบบซับซ้อน เช่น การทำโครงงาน &nbsp; การใช้กรณีศึกษา<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูเรฟ ให้นักเรียนเล่นละคร สรุปบทเรียน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;รร.รุ่งอรุณ ให้นักเรียน &nbsp; รับงานประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากโรงงานอุตสาหกรรม<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;กิจกรรมภาคสนาม &nbsp;กิจกรรม โครงการพัฒนา ในชุมชน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;โครงการอาหารกลางวัน ผลิตแหล่งอาหารสำหรับเด็กๆ ในโรงเรียน<br /> วิทยากรเสนอว่า การทำโครงงาน &nbsp;หรือกิจกรรมระยะยามของนักเรียน ควรมีการเพิ่มเติมดังนี้<br /> 1.&nbsp;&nbsp; &nbsp;บันทึกระหว่างการทำงาน เป็นไดอารี &nbsp;เล่าขั้นตอนการทำงานสู่ความสำเร็จ &nbsp;ปัญหาอุปสรรค และวิธีการแก้ไขปัญหา เขียนบันทึก หรือใส่บล็อก เฟสบุ๊คของกลุ่มเพื่อการแลกเปลี่ยนกันระหว่างนักเรียนกับนักเรียน และนักเรียนกับครูในทำงาน<br /> 2.&nbsp;&nbsp; &nbsp;จัดนำเสนอผลงานเป็นทีมให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนกัน<br /> Learning &nbsp;By Doing<br /> 6.&nbsp;&nbsp; &nbsp;อุดมการณ์ของการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนสิ่งที่ไม่ชัดเจน ซับซ้อน &nbsp;มองได้หลายมุม<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;หนึ่งคำถาม มีหลายคำตอบ<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไม่เน้นถูกผิด &nbsp;ห้องเรียนต้องไม่เน้นถูกผิด &nbsp;<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ห้องเรียนต้องปบอดภัย ไม่เน้นการตอบถูกหรือผิด &nbsp;หรือถ้านักเรียนตอบผิดก็จะไม่ถูกลงโทษให้เสียหน้าเด็กจะไม่กล้าตอบ แต่ให้นักเรียนใช้คำตอบผิดไปเรียนรู้เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องได้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูชวยศิษย์ตั้งคำถาม แล้วชวนศิษย์ช่วยกันหาคำตอบหลายๆ คำตอบ<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;หาคำตอบจากประสบการณ์การปฏิบัติของตนเอง เป็นสำคัญที่สุด กล้าขัดแย้งกับตำรา ทฤษฎี &nbsp;( การเรียนรู้แบบปัญญาปฏิบัติ )<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เพื่อการเรียนรู้ที่รู้จริง แตกฉาน &nbsp;( Learning Skills )<br /> 7.&nbsp;&nbsp; &nbsp;อุดมการณ์ของครู &nbsp;ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไม่ทำตนเป็น ผู้รู้ ไม่ตอบคำถามศิษย์ที่ถามเนื้อความรู้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทำตนเป็น ผู้ไม่รู้ เน้นตั้งคำถาม ให้ศิษย์ค้นคว้า หรือทดลองปฏิบัติเพื่อหาคำตอบเอง &nbsp;<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ท้าทาย กระตุ้นให้ศิษย์เกิดความใคร่รู้ และขวนขวายอดทนหาคำตอบ / ทักษะเอง &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ( การเรียนรู้ที่ดี ครูต้องไม่ตอบคำถามเด็ก แต่ถามกลับให้เด็กคิดอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กรู้จักคิด และเกิดความท้าทาย เป็นแรงจูงใจในการหาคำตอบ เกิดขึ้นที่ตัวเด็ก )<br /> Inquiry / Challenge-Based Learning<br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/20150709_104659.jpg" style="width: 300px; height: 225px;" /><br /> <br /> 8.&nbsp;&nbsp; &nbsp;วิธีการที่แตกต่างของการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;สอนน้อย ศิษย์ได้เรียนรู้มาก ( Teach Less &nbsp; Learn &nbsp;More )<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนโดยลงมือทำ ( Active Learning) และทบทวน ไตร่ตรอง (AAA/Reflection) &nbsp;เรียน = ทำงาน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนเป็นทีม &nbsp;ช่วยเหลือกัน &nbsp;ไม่ทิ้งกัน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูเอาใจใส่นักเรียนอ่อน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เน้นสอบเพื่อแก้ไข พัฒนา ( Formative Assessment)<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนให้ใช้ความรู้ เป็น , &nbsp;ฝึกใช้ความรู้จริง (mastery)<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ใช้วิธีเรียนหลายแบบผสมผสานกัน&nbsp;<br /> 9.&nbsp;&nbsp; &nbsp;คุณค่าของครู...สูงยิ่ง<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;โดยปรับเปลี่ยนการบอกความรู้ &nbsp;โดยใช้เวลาเป็น โค้ช &nbsp;ให้ศิษย์มีทักษะสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมยุคใหม่<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ไม่ใช่เน้นทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เอาใจใส่ศิษย์ทุกคน เป็นรายคน มิใช่สนจแต่เด็กเก่ง<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูต้องรวมตัวกันเรียนรู้ วิธีทำหน้าที่ โค้ช ศิษย์ให้พัฒนาครบด้าน มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต &nbsp;สร้างชุมชนเรียนรู้ของครู เพื่อศิษย์ &nbsp;( PLC = Professional Learning Community )<br /> 10.&nbsp;&nbsp; &nbsp;การเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน &nbsp;ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จากการเรียนวิชา &nbsp;สู่การฝึกทักษะ<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จากการรับการถ่ายทอด &nbsp;สู่การพัฒนา งอกงามจากภายในตนเอง<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูจึงต้องสอนให้น้อย &nbsp;ส่งเสริมให้เรียนรู้มาก &nbsp;( Teach Less &nbsp; Learn &nbsp;More )<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ยึดหลักการนี้ทั้งศิษย์และครู<br /> 11.&nbsp;&nbsp; &nbsp;การจัดการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;หาทางให้ นักเรียน นักศึกษา เป็นเจ้าของการเรียน ( Student Engagement)<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;กระตุ้นความสนใจใฝ่รู้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนสนุก<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนด้วยความอยากเรียน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนแล้วภูมิใจ เกิดความมั่นใจในตนเอง เห็นคุณค่าของตนเอง &nbsp;มีโอกาสทำประโยชน์แก่ส่วนรวม<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เห็นคุณค่าของตนเอง ของการเรียน ต่อชีวิตภายหน้า<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูต้องฝึกจัดการเรียนรู้แบบนี้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;PBL &nbsp; CBL &nbsp; RBL &nbsp; SBL &nbsp; WBL &nbsp; IBL<br /> 12.&nbsp;&nbsp; &nbsp;เปลี่ยนห้องสอนเป็นห้องเรียน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เพราะเป้าหมายการศึกษาเปลี่ยนไป &nbsp;จากการเน้นวิชาความรู้ &nbsp;สู่การเรียนให้ได้ทักษะ สำหรับศตวรรษที่ 21 &nbsp; ทักษะที่จำเป็น &nbsp;3 ร 1 ว ( แรงบันดาลใจ &nbsp;เรียนรู้ &nbsp;ร่วมมือ &nbsp;วินัยในตน )<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จาก Teach &nbsp;to Test &nbsp;สู่ &nbsp;Holistic Learning &nbsp;ให้ได้พัฒนาการ 5 ด้าน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การเรียนคือการปฏิบัติ &nbsp;การเรียนรู้เกิดจากการปฏิบัติ + คิด เท่านั้น &nbsp;ไม่ใช่การรับการถ่ายทอด<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูต้องเป็นบทบาทจากครูสอน สู่ครูฝึก<br /> 13.&nbsp;&nbsp; &nbsp;เปลี่ยนนักเรียนเป็นผู้สร้างความรู้<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ร่วมจัดทำ VDO เพื่อกลับทางห้องเรียน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;สร้างความรู้ใน PBL &nbsp;(Problem &ndash; based Learning)<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ตั้งคำถามที่หลุดโลก สู่โจทย์ Project &nbsp;ที่ท้าทาย<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนโดยสร้างความรู้ ที่ทำประโยชน์แก่ผู้อื่น<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เกิดทักษะในการเรียนรู้ &nbsp;( Learning Skills ) จิตสาธารณะ<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทำงานเป็นทีม เกิดทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะความร่วมมือ (Collaboration &nbsp;Skills) การสอนเพื่อน<br /> 14.&nbsp;&nbsp; &nbsp;เปลี่ยนครู จากครูสอนมาเป็นครูฝึก<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูต้องสร้างแรงบันดาลใจ จุดไฟ ให้กับเด็ก<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ยั่วยุ บอกเป้าหมายที่ท้าทาย ของนักเรียนแต่ละคน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ชื่นชม และแนะให้แก้จุดอ่อน แนะให้ฝึกเพิ่ม เพื่อยกระดับตรงจุดที่จำเพาะของแต่ละคน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูไม่ใช่เจ้าของชั้นเรียน นักเรียนเป็นเจ้าของ ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คอยสังเกตปัญหา / ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนแต่ละคน<br /> 15.&nbsp;&nbsp; &nbsp;ปัจจัยสำคัญของการยกระดับคุณภาพการศึกษา<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการเรียนรู้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของนักเรียนในห้องเรียน ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีสอนของครู มากกว่าสิ่งที่ครูสอน<br /> 16.&nbsp;&nbsp; &nbsp;7 R &ndash;Based Principle for Smart Teaching<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Prior Knowledge<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;K Organization<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Motivation<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Develop Mastery<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Practice &amp; Feedback<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Student Development &amp; Climate<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;Self-directed Learner<br /> 17.&nbsp;&nbsp; &nbsp;ขั้นตอนการพัฒนาให้รู้จริง<br /> <br /> <br /> <br /> 18.&nbsp;&nbsp; &nbsp;วงจรการเรียนรู้แบบกำกับตัวเอง<br /> <br /> 19.&nbsp;&nbsp; &nbsp;การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครุพึงใช้จินตนาการ หา / ศึกา วิธีการริเริ่มสร้างสรรค์ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เพื่อให้ศิษย์ และครู ได้เรียนรู้แบบบูรณาการ ลงมือทำ &ndash; คิดไตร่ตรอง ทั้งส่วนบุคคลและเป็นทีม<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เกิดทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ฝึกทักษะทั้งด้านนอกและด้านใน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;มีทักษะและฉันทะ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จัดบรรยากาศให้สัปปายะ<br /> 20.&nbsp;&nbsp; &nbsp;เปลี่ยนแปลงการสอบ<br /> &nbsp;&nbsp; &nbsp;แบบเดิม &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;ศตวรรษที่ 21<br /> จากการประเมินเพื่อได้ตก นานๆ ครั้ง &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;เป็นเพื่อนักเรียนและครูปรับปรุงตนเอง<br /> จากการตัดสินได้ -ตก &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;เป็นการหานักเรียนที่ต้องช่วยเหลือ<br /> จากการให้รางวัล / ลงโทษ &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียน<br /> จาการสอบหลายอย่าง นานๆ ครั้ง &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นสอบน้อยอย่าง บ่อยๆ ครั้ง<br /> จากการสอบความจำ &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เป็นสอบความคิด ความเข้าใจ &nbsp;PISA<br /> <br /> 21.&nbsp;&nbsp; &nbsp;สรุปการปฏิรูปห้องเรียน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้วยห้องเรียนกลับด้าน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนวิชาเองที่บ้าน<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ฝึกความรู้ที่โรงเรียน หรือภาคสนาม ฝึกในชีวิตจริง<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เรียนโดยลงมือทำ + คิด &nbsp;ไตร่ตรอง &nbsp;เรียนเป็นทีม<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;เปลี่ยนวิถีชีวิตครู และครูของครู<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ครูของครู เรียนรู้วิธีเป็นนักเรียน เพื่อฝึกให้ครูเป็นนักเรียน ในศตวรรษที่ 21<br /> &bull;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ใช้ ICT ในการเรียนรู้<br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/20140212_152133.jpg" style="width: 300px; height: 225px;" /><br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/image.jpg" style="width: 300px; height: 225px;" /> Thu, 13 Aug 2015 06:15:00 +0700 การพัฒนานักเรียนโดยส่งเสริมความเป็นเลิศทางด้านกีฬาแฮนด์บอล http://lattanun.com/article/topic-57967.html <div style="text-align: center;">การพัฒนานักเรียนโดยส่งเสริมความเป็นเลิศทางด้านกีฬา</div> ชื่อสกุล&nbsp;&nbsp; &nbsp;นางรัตาภรณ์ &nbsp; ลัธธนันท์<br /> โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี<br /> อำเภอ &nbsp;เมืองเพชรบุรี&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จังหวัดเพชรบุรี<br /> อุดมคติในการทำงาน &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทำวันนี้ของตนเองให้ดีที่สุด &nbsp;และแบ่งปันโอกาสให้กับคนรอบข้าง<br /> &nbsp;&nbsp; &nbsp;<br /> &nbsp;<img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/20150611_091440.jpg" style="width: 300px; height: 225px;" /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br /> <br /> <br /> &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวของ &ldquo;คุณครู&rdquo; &nbsp;นับตั้งแต่คุณตา เป็นครูใหญ่ &nbsp;มีคุณพ่อ ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &nbsp;คุณแม่เป็น คุณครูที่โรงเรียนวัดอินทราราม &nbsp;กรุงเทพฯ มีคุณป้าเป็นอาจารย์สอนวิทยาลัยครูธนบุรี ในสมัยนั้น &nbsp;บุคคลที่อยู่รอบตัวล้วนเป็นแบบอย่างและหล่อหลอมให้ข้าพเจ้ามีความรัก และความศรัทธาต่อวิชาชีพครู และเมื่อได้เข้ารับการศึกษาได้รับความรัก ความเมตตาและการได้รับการพัฒนาและโอกาสจากครูบาอาจารย์ &nbsp;ที่ประสิทธิประสาทวิชามาตั้งแต่เยาววัยจนถึงจบการศึกษาในระดับปริญญา &nbsp;จึงทำให้ข้าพเจ้ารับรู้ได้ว่า การที่ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จได้ก็เพราะการได้รับการสั่งสอนและโอกาสจากคุณครูทั้งหลาย &nbsp;ดังนั้นจึงเป็นความตั้งใจของข้าพเจ้าที่จะแบ่งบันโอกาสให้กับเด็กๆ &nbsp;ลูกศิษย์ของข้าพเจ้าเพื่อเข้าจะได้มีโอกาสและประสบความสำเร็จได้ &nbsp;มีประโยชน์ต่อสังคม<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในการปฏิบัติหน้าที่ครู &nbsp;เมื่อได้ศึกษานักเรียนที่ข้าพเจ้าดูแลอยู่ &nbsp; ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นสภาพของครอบครัว &nbsp; วิธีการเลี้ยงดู &nbsp;ที่แตกต่างกัน &nbsp;ยิ่งอยู่ในภาวะสังคมปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากมาย &nbsp;รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีอายุน้อยลง &nbsp;ขาดความรับผิดชอบและความสมบูรณ์ในการปกครองเป็นแบบอย่างกับเด็ก &nbsp;ทำให้เด็กๆ มีปัญหาทางวิธีคิด &nbsp;การปฏิบัติตัว &nbsp;ขาดวินัย ส่งผลให้ประพฤติตนผิดระเบียบ &nbsp;ละเลยข้อบังคับของโรงเรียน ขาดความรับผิด เป็นไปได้ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ &nbsp;เด็กบางคนที่ครอบครัวมีการหย่าร้าง &nbsp;หรือไม่ได้อยู่กับครอบครัวจริง อาศัยกับญาติ ตายาย ก็ไม่สามารถสร้างวินัยให้เขาได้ &nbsp; ปัญหาเหล่านี้ล้วนรุนแรงขึ้นทุกวัน &nbsp;การปกครองด้วยการลงโทษที่รุถนแรง &nbsp;การไล่นักเรียนออก &nbsp;ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีนัก &nbsp;ช่วงเวลามัธยมเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องให้การช่วยเหลือเด็กๆ &nbsp;ให้ก้าวผ่านไปได้ เขาก็จะมีความมั่นคงในชีวิตต่อไปได้<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/20150709_172234.jpg" style="width: 300px; height: 225px; float: left;" /><br /> <br /> &nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; ข้าพเจ้าได้มีโอกาสรับผิดชอบกิจกรรมกีฬาแฮนด์บอลตั้งแต่ปี 2547 &nbsp;โดยเริ่มต้นจากลูกของตนเองที่เล่นกีฬา ลูกๆ และเพื่อนๆ ของลูกรวมกลุ่มกันเพื่อฝึกซ้อมกีฬาบาสเกตบอลและแฮนด์บอล จากการสังเกตพัฒนาการของลูกจะพบว่ากีฬา ช่วยพัฒนากระบวนการคิด &nbsp;กระบวนการทำงานของเด็ก เป็นการทำงานอย่างสนุกสนาน &nbsp;ถึงจะเหนื่อยกับการซ้อมแต่เขาก็มีความสุขกับเพื่อนๆ เด็กๆจะมีความภูมิใจเมื่อได้ลงแข่งขัน ข้าพเจ้าจึงคิดได้ว่าถ้าเราให้เด็กๆ รักการเล่นกีฬา แล้วเราก็จะพัฒนาด้านอื่นๆได้โดยใช้กีฬาเป็นสื่อ &nbsp; จากนั้นข้าพเจ้าจึงเริ่มพัฒนาทีมกีฬาแฮนด์บอล &nbsp;โดยรับนักเรียนที่มีความสนใจ ไม่จำเป็นต้องเก่งกีฬา ที่สำคัญ ขอให้เป็นนักเรียนที่อยากมาเล่นสนุก &nbsp;มีนักเรียนที่ค่อนข้างมีปัญหาด้านความประพฤติ &nbsp;นักเรียนที่ชอบใช้ความรุนรง &nbsp;มีนักเรียนไม่ชอบเรียนหนังสือ &nbsp;และนักเรียนที่มีภาวะเรียนช้าไม่ทันเพื่อน นักเรียนดังกล่าวมักจะไม่ได้รับการยอมรับจากครู และกลุ่มเพื่อน เขาจึงอยากหาพื้นที่ที่ทำให้เขามีความสุขอยู่ได้ &nbsp;สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าพัฒนาคือให้เขามีความมั่นใจในตนเอง &nbsp;รักตนเอง ให้เขาเล่นกีฬาเพราะความสนุกของตนเอง &nbsp;หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็จะสร้างกลุ่มสังคมให้เขา &nbsp;นอกจากซ้อมกีฬา เรายังมีกิจกรรมนันทนาการ &nbsp;กิจกรรมละลายพฤติกรรม &nbsp;เพื่อให้เขารู้สึกอบอุ่น &nbsp;ในทีมมีระบบพี่ดูแลน้องที่เข้มแข็งที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น &nbsp;พี่ๆต้องมีหน้าที่ดูแล ฝึกสอนน้องให้เก่ง &nbsp;น้องๆ ก็จะต้องเชื่อฟัง และรู้จักการเป็นผู้ตามที่ดี &nbsp;การสร้างความอบอุ่นทำให้ทีมแฮนด์บอลพี่น้องวนเวียนไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ถึงแม้พี่ๆจะไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย หรือจบการศึกษาไปแล้ว &nbsp;เมื่อมีเวลาว่างหรือปิดเทอมที่สนามแฮนด์บอลจึงเป็นที่นัดพบศิษย์เก่าเสมอๆ &nbsp; นอกจากความอบอุ่น ข้าพเจ้าก็เริ่มจัดระบบให้กับนักกีฬา &nbsp;เมื่อเขาไปแข่งเขาก็อยากชนะในการแข่งขัน วิธีการชนะทีมอื่นๆได้ เขาต้องทำอย่างไร เขาต้องมีวินัย ในการฝึกซ้อมในสนาม &nbsp;มีความมุ่งมั่น &nbsp;ขยัน &nbsp;อดทน &nbsp;ใฝ่เรียนรู้ &nbsp;สิ่งเหล่านี้จะถูกจัดกิจกรรมหล่อหลอมให้เขาในสนามซ้อมทุกวัน &nbsp;เมื่อมีโอกาสเข้าค่ายเก็บตัวฝึกซ้อม หรือต้องเดินทางไปแข่งขันที่ต่างจังหวัด &nbsp;การอยู่ &nbsp;ใช้ชีวิต &nbsp;กิน นอน เที่ยว ร่วมกัน ทำให้ข้าพเจ้าสามารถสอน และส่งเสริมการจัดระเบียบชีวิตส่วนตัวของเด็กๆ ได้มากขึ้น &nbsp;ข้าพเจ้าสอนให้เห็นถึงความสามัคคี &nbsp;การอยู่ร่วมกัน การทำงานเป็นทีม การมีน้ำใจ มีการเสียสละ &nbsp;ตามกติกาของทีมนั้นพี่ๆ ต้องเป็นผู้เสียสละก่อน มีหน้าที่ดูแลน้องๆ ถ้าโดนทำโทษก็จะทำโทษพี่ก่อน &nbsp;จะทำให้น้องๆ เกรงใจและเคารพเชื่อฟังรุ่นพี่ นอกจากนี้ยังต้องสอนให้เขามีเป้าหมายชีวิต &nbsp;มุ่งหาอนาคตจะไปทางไหน &nbsp;นักกีฬาแต่ละคนจะเลือกเส้นทางการเรียนต่อของตนเอง &nbsp;โดยปรึกษากันร่วมกับครู &nbsp;มีการเตรียมตัววางแผนเพื่อที่จะให้มีคุณสมบัติเข้ารับโควตาพิเศษจากมหาวิทยาลัยต่างๆ &nbsp; สิ่งที่สำคัญของการอยู่ร่วมกันคือ &nbsp; &nbsp;เขาต้องรู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญของเรา เป็นคนที่เราห่วงใย &nbsp;เมื่อมีปัญหาใดๆ เขาจะเดินมาหาเรา และต้องให้เขาเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นคนสุดท้ายที่คิดจะทำร้ายเขา &nbsp; นอกเหนือจากความรักและความเมตตาแล้ว &nbsp;สิ่งที่สำคัญคือการอบรมสั่งสอนด้านวินัย การมีกฎกติกาให้เขาได้ปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการในการควบคุมให้เขาปฏิบัติตามและบทลงโทษ ซึ่งต้องมีความเหมาะสมกับโทษ เช่น ในเรื่องการเรียน &nbsp;นักกีฬาที่สอบไม่ผ่านในรายวิชาต่างๆ &nbsp;จะต้องขอสอบใหม่เรียนซ่อมเสริม ตามกำหนดเวลาให้เสร็จสิ้นก่อนไปทำการแข่งขัน &nbsp;นักเรียนคนใดที่ไม่ปฏิบัติตามในเรื่องการเรียน &nbsp;จะถูกพักการแข่งขันการซ้อม &nbsp;หรือให้ไปเพื่อคุความ ประพฤติแต่ไม่ให้ลงทำการแข่งขัน เป็นต้น &nbsp;การวางกติกาและ การหาวิธีเข้มงวดให้นักเรียนปฏิบัติตามกติกา เป็นวิธีการเดินที่ข้าพเจ้าใช้ในการเสริมสร้างวินัย ที่ได้ผลดีเพราะนักเรียนจะเกิดความตระหนัก มีความรับผิดชอบขึ้นเพราะกลัวไม่ได้ไปแข่งขันกีฬา &nbsp;<br /> &nbsp; &nbsp; &nbsp; <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/20150612_184415.jpg" style="width: 300px; height: 225px; float: right;" />&nbsp;<br /> &nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;การดูแลนักกีฬาทั้งหมดของข้าพเจ้า &nbsp; คือ การพัฒนานักเรียนโดยการส่งเสริมกีฬา &nbsp;เป็นงานที่ทำต่อเนื่องมาโดยตลอดกว่สิบปี การทำงานของข้าพเจ้ามุ่งเน้นในการพัฒนานักเรียน ในเรื่องการใช้ชีวิต &nbsp;การเห็นคุณค่าในตนเอง &nbsp;การทำงานร่วมกับผู้อื่น &nbsp;การได้ความสำเร็จในเรื่องการแข่งขันกีฬาเป็นเรื่องของโอกาสและประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนานักกีฬา &nbsp;ดังนั้นนักเรียนทุกคนจะได้รับความรักและความเอาใจใส่ เท่าเทียมกัน นักเรียนบางคนอยู่ในทีมได้ทั้งที่ไม่เก่งในเรื่องกีฬา &nbsp;แต่เขาอยากพัฒนาตนเอง &nbsp;ผลจากการทำงานทำให้นักกีฬาของข้าพเจ้าได้รับการพัฒนาตนเอง &nbsp;และได้รับโอกาสต่างๆ ในสังคม ได้รับการยอมรับ และที่สำคัญสามารถมีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ &nbsp;นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังสามารถสร้างกลุ่มสังคมแฮนด์บอลของจังหวัดเพชรบุรีให้มีความ รัก &nbsp;ความอบอุ่น ความผูกพัน การเคารพดูแลกันระหว่าพี่ๆน้อง &nbsp;ซึ่งมีข้าพเจ้าเป็นผู้ปครองดูแล &nbsp;ค่อยเฝ้าติดตามดูพัฒนาการ ของเด็กเหล่านี้ &nbsp;แม้บางครั้งปัญหาจากครอบครัว &nbsp;สังคมแวดล้อม &nbsp;ทำให้เด็กๆ &nbsp;ออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง &nbsp;การพยายามล้อมรอบให้เด็กๆ &nbsp;ที่ออกนอกกรอบไม่หลุดจากกรอบไปมากเป็นเรื่อง ที่ยาก และเหนื่อยหนัก แต่การทำให้เด็กๆได้ก้าวผ่านชีวิตมัธยมปลายไปไดอย่างปลอดภัยและมั่นคง &nbsp;เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ &nbsp; แต่ก็มีความสุข เปรียบเหมือนเพาะพันธุ์ต้นไม้เล็กๆ จนเติบโตยืนต้น ออกดอกออกผลได้ก็ชื่นใจคนปลูกเป็นที่สุด<br /> <img alt="" src="http://lattanun.com/storage/5/22550/uploads/images/20150611_173106.jpg" style="width: 300px; height: 225px; float: left;" /> Thu, 13 Aug 2015 06:14:00 +0700